วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ความหิว กับ ความอยาก ต่างกันยังไง
เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า
การหิวข้าว กับการอยากทานข้าว
มันไม่เหมือนกัน
ความหิวของท่าน
เป็นอาการของสัญชาตญาณ
ซึ่งกำกับดูแลโดยจิตวิญญาณ
จิตหยาบของท่านจะเข้าไปแทรกแซงมิได้
แต่การอยากทานข้าว
ทั้งๆที่ท่านยังมิได้หิวเลยนั้น
แสดงว่าจิตของท่านมีการปรุงแต่งขึ้นมา
โดยอาจได้กลิ่นอาหาร
โดยอาจแลเห็นอาหาร
แล้วทำให้เกิดความรู้สึกถูกตาต้องใจ
จนไปกระตุ้นต่อมอยากเข้าให้
ดังนั้น
ถ้าเห็นหรือได้กลิ่นอาหาร
แล้วเกิดอาการ "อยากทาน" ขึ้นมา
ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาหิว
ก็จงรู้ว่าจิตท่านสั่นสะเทือนเป็นตัณหาแล้วล่ะ
แต่การรู้สึกว่าหิวท้องร้องจ๊อกๆๆๆ
โดยท่านมิได้เสแสร้งนั้น
ท่านก็จงรับรู้ไว้ว่านั่นมันมิใช่ตัณหาหรอกนะ
เพราะมนุษย์ทุกคน "หิวเป็น" ด้วยกันทั้งนั้น
พระศาสดา พระอรหันต์ ใครต่อใคร
ก็ต้องหิวกันทั้งนั้น
ไม่อยากหิวก็ต้องหิว
ไม่อยากถ่ายหนักก็ต้องถ่าย
ถ้ามันถึงเวลาวาระนั้นๆแล้ว
ใครที่ยังสับสนอยู่
ก็จงทำเร่งความไม่รู้ให้กระจ่างเสีย
โดยเฉพาะนายคนที่ชื่อประหลาดๆคนนั้น
จักต้องทบทวนใหม่ให้จงหนักเลย
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
13-2-2016
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
นิพพาน - ปรินิพพาน
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าคำว่า "นิพพาน" หมายถึง
1.การดับการเกิดดับของทุกสิ่ง
ด้วยจิตปัญญาของมนุษย์แล้วอย่างสิ้นเชิง
สำหรับดวงจิตธรรมญาณ
ผู้ขันอาสามาเกิดเป็นมนุษย์นั้น
2.การมีศักยภาพในตนเอง
มากพอที่จะดีดตนเอง
ออกไปจากระบบเอกภพ
เพื่อหนีแรงดึงดูดเหนี่ยวรั้งของทุกสรรพสิ่ง
จนสามารถเป็นอิสระได้อย่างเสรีแล้ว
อันหมายถึง "หลุดพ้น" ได้นั่นเอง
3.การพร้อมเดินทางย้อนคืน
กลับสู่แดนสุญญตาที่อยู่นอกระบบเอกภพ
อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจิตวิญญาณ
ซึ่งจากมานานแสนนานได้แล้ว
ดังนั้น
รูปธรรมจิตวิญญาณใดก็ตาม
เมื่อสามารถเดินทางกลับออกไปได้แล้ว
หากมีภารกิจทางจิตวิญญาณ
จักต้องย้อนคืนกลับเข้ามาสู่โลกเสรีนี้อีก
ก็จักสามารถย้อนกลับสู่การเกิดใหม่ได้
ดังเช่นองค์เยซูคริสต์เจ้า เป็นต้น
แต่ถ้าดวงจิตวิญญาณนั้น
มีปณิธานเอาไว้ล่วงหน้าว่า
ถ้าตนสามารถหลุดพ้นหรือนิพพานได้แล้ว
จักไม่ขอย้อนกลับมาสู่การเกิดเป็นมนุษย์
เพื่อประกอบภารกิจทางจิตวิญญาณใดอีก
จิตวิญญาณรูปธรรมนั้นก็สามารถร้องขอได้
สภาวะการหลุดพ้นเช่นนี้
เรียกว่า "ปรินิพพาน" นั่นแล
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
12-2-2016
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


