วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

การระลึกถึงอดีตพระพุทธ





ตอบคำถาม: คุณAnothai Bunjong
Question 3:
การระลึกถึงอดีตพระพุทธทั้งหลาย
จะเป็นการทำสามเหลี่ยมด้วยหรือไม่?

Answer:
1.การทำสามเหลี่ยม
ในมิติทางจิตวิญญาณนั้น
จะต้องประกอบด้วย 3 มุม
จึงจะเรียกว่าสามเหลี่ยมได้

2.นอกจากจะต้องมีมุมครบองค์สามแล้ว
มุมทั้งสองด้านซึ่งเป็นฐานของสามเหลี่ยมนั้น
จักต้องมีพลังอำนาจสูงพอ
ที่จะเหนี่ยวรั้งระหว่างกันและกันไว้
และทั้งสองมุมด้านฐานสามเหลี่ยมที่ว่านี้
ยังต้องเหนี่ยวรั้งมุมยอดของสามเหลี่ยม
อย่างมั่นคงได้อีกต่างหากด้วย
การทำสามเหลี่ยมนั้นจึงจะสมดุลได้

3.พลังอำนาจการเหนี่ยวรั้งของมุมทั้งสาม
เพื่อสร้างสามเหลี่ยมที่สมดุลนั้น
จักต้องอาศัยพลังแห่งความศรัทธามั่น
ที่มุมทั้งสามพึงมีต่อกันอย่างมั่นคง

ตัวอย่างเช่น
การทำสามเหลี่ยมกับพระบิดา
พระองค์ย่อมต้องเป็นยอดของสามเหลี่ยม
โดยมีจิตวิญญาณของท่านบนโลก
กับตัวตนภาคแรกของท่านในแดนสุญตา
เป็นมุมทั้งสองของส่วนฐานของ 3 เหลี่ยม

แต่สามเหลี่ยมที่ว่านี้
มนุษย์โลกเสรีจะมิอาจสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ
เพราะเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ คือ

*ประการแรก:
ถ้าจิตวิญญาณแก่นแท้ของพวกท่าน
ยังเข้าถึงพลังอำนาจสูงสุดของตนไม่ได้
เพราะจิตหยาบของท่าน
ยังตกเป็นทาสของกิเลสตัณหาราคะอยู่
การเหนี่ยวรั้งระหว่างตนเองกับผู้อื่นไว้
ในมิติทางพลังงานด้านของจิตวิญญาณ
ก็มิอาจจะเกิดขึ้นได้

จิตวิญญาณของท่านจะมีสภาพ
ไม่ต่างกับแม่เหล็กที่ไร้อำนาจแม่เหล็ก
มันจะเป็นได้แค่เพียงเหล็กแท่งหนึ่งเท่านั้น

*ประการที่สอง:
ถ้าจิตหยาบของท่านซึ่งเป็นตัวแทนแก่นแท้
ยังจำตัวตนภาคแรกที่สูงส่งของตนเอง
ซึ่งดำรงอยู่ในแดนสุญตากันไม่ได้

เพราะถ้าท่านจำไม่ได้มันก็จะยังผลให้
การปรารถนานิพพานของท่านไม่เป็นผล
เพราะเป้าหมายแห่งนิพพานของท่าน
มิใช่เป็นเพียง "การหลุดพ้น" เท่านั้น
แต่ดวงจิตธรรมญาณของท่านทุกคน
จักต้องกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกัน
กับตัวตนภาคแรกที่รอคอยอยู่
ในแดนสุญตาด้วย

ถ้าท่านจำได้และเข้าใจนัยแห่งอนุตรธรรม
ตามที่เรากล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายนี้
พลังความศรัทธาของท่านจักบังเกิด
จนก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่ท่านจะต้องใช้
เพื่อการเหนี่ยวรั้งกับตัวตนภาคแรก
ที่ดำรงอยู่ในดินแดนอันไกลโพ้นเอาไว้ได้
มุมทั้งสองของสามเหลี่ยมรูปนี้
จึงจะปรากฏเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้

*ประการที่สาม:
มันขึ้นอยู่กับว่าท่านจำพระบิดา
ผู้ให้กำเนิดดวงจิตธรรมญาณท่านได้หรือไม่
ท่านยังปฏิเสธพระองค์ที่ใครๆเรียกว่าพระเจ้า
ซึ่งเราถวายพระนามว่า "จิตจักรวาล" หรือเปล่า

นอกจากต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงมีอยู่จริงแล้ว
ท่านเองยังต้องมีความปรารถน
ที่จะกลับไปกราบพระบาทพระองค์ที่ทรงรออยู่
เมื่อท่านสามารถหลุดพ้นออกไปได้อีกด้วย
มุมยอดของสามเหลี่ยมรูปนี้
จึงจะปรากฏเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้

4.ในการสื่อพระโอวาททุกครั้งที่ผ่านมา
พระบิดาได้ทรงอนุญาตให้ท่านทั้งหลาย
ทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาผ่านมาทางเรา
เพราะทรงทราบความบกพร่องของพวกท่าน
ในประการที่สองที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่น

เพื่อให้เราทำหน้าที่
เป็นมุมหนึ่งของ 3 เหลี่ยม
แทนตัวตนภาคแรกของท่าน
ที่ดำรงอยู่ในแดนสุญตานั่นเอง

อีกทั้งเน้นให้ท่านชำระจิตใจให้ใสสวย
ในชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัดด้วย
เพื่อให้จิตวิญญาณของท่านมีพลังเหนี่ยวรั้ง
อีกสองมุมของสามเหลี่ยมด้วยตัวท่านเอง

เพราะถ้าแก่นแท้คือตัวท่าน
บ่มิไก๊คือไม่เอาไหนไม่เอาถ่าน
โดยเป็นเหมือนแม่เหล็กที่เสื่อมสภาพแล้ว
การทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาของท่าน
ก็จะล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าแน่นอน

เมื่อทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาไม่ได้หรือไม่ทำ
ท่านก็จะนำพาจิตวิญญาณของท่าน
กลับคืนสู่แดนสุญตาไม่ได้
เพราะท่านขาดการเชื่อมโยงกับพระองค์

เปรียบได้กับโลกมนุษย์เป็นก้นบ่อน้ำลึก
ถ้าท่านจะปีนป่ายให้พ้นขึ้นมาจากบ่อ
ที่เปรียบเสมือนแดนสุญตาแล้
องค์จิตจักรวาลทรงรอท่านอยู่ที่ปากบ่อ
พร้อมส่งเชือกลงมาให้ด้วยพระหัตถ์

ตัวท่านเองมีหน้าที่เพียงจับเชือกเส้นนั้น
เพื่อเหนี่ยวรั้งเชือกจากพระหัตถ์พระบิดา
ด้วยความรักและศรัทธาเชื่อมั่นในพระองค์
แล้วดึงตัวเองขึ้นไปยังปากบ่อที่ทรงรออยู่
ท่านจึงจะหลุดพ้นออกไปจากบ่อน้ำลึกนี้ได้

*นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่า
ทำไมรูปธรรมที่นิพพานได้ในกาลอดีต
มือสองข้างทั้งสิบนิ้วของเร
จึงยังคงมีนิ้วที่เหลือให้นับอยู่อีกหลายนิ้ว

5.เราขอกล่าวต่อท่านทั้งหลายว่า
การระลึกถึงอดีตพระพุทธทั้งหลาย
จะเป็นการทำสามเหลี่ยมด้วยหรือไม่นั้น

ให้ท่านย้อนกลับขึ้นไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่
เพื่อพิจารณาดูว่าคุณสมบัติของท่าน
สอดคล้องกันกับที่เรากล่าวไว้หรือไม่
กล่าวคือ

พลังทางจิตวิญญาณของท่านสูงพอรึยัง
ท่านปรารถนาจะหลุดพ้นแท้จริงหรือไม่
ท่านจำตัวตนภาคแรกของตนได้หรือเปล่า
ท่านเข้าใจวิธีการทำสามเหลี่ยมแล้วหรือยัง

ท่านลืมพระบิดาแห่งจิตวิญญา
ที่ทรงรอคอยท่านกลับบ้านอยู่หรือเปล่า

ทั้งหมดที่เรากล่าวมานี้
คือ คำตอบที่ท่านต้องรู้
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-4-2017

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

(แดนสุญตา) ดำรงอยู่จริงไหม?






ตอบคำถาม: คุณAnothai Bunjong
Question 2:
ดินแดนแห่งนี้ (แดนสุญตา)
ดำรงอยู่จริงไหม?

หรือ เป็นอุปมา อุปไมย
ให้คนชักนำตนเองสู่ความเป็นพุทธะในตน

Answer:
1.แดนสุญตา หมายถึง
ดินแดนแห่งการดำรงอยู่
ของประดารูปธรรมทางพลังงาน
ที่เรียกว่า "จิตจักรวาลดวงเล็ก"
ซึ่งเป็นตัวตนภาคแรกที่สูงส่ง
ของดวงจิตธรรมญาณ
ที่แบ่งภาคตนเองออกมาเกิด
เป็นแก่นแท้ในเครื่องยนต์แห่งกรรม
รูปธรรมมนุษย์แห่งโลกเสรีนี

2.ดังนั้น
แดนสุญตาจึงเป็นบ้านเกิดเมืองนอน
ของดวงจิตธรรมญาณของมนุษย์
อีกทั้งยังเป็นดินแดนของผู้หลุดพ้นออกไป
จากระบบโลกและเอกภพอย่างสิ้นเชิงได้
โดยไม่มีหน้าที่ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกแล้ว

ที่เรียกว่า "สุญตา" ก็เพราะเหตุว่า
จิตวิญญาณผู้ผ่านการเกิดเป็นมนุษย์นั้น
สามารถสอบผ่านบททดสอบจิตสำนึก
กับสอบผ่านบทเรียนโลกมาเรียบร้อยแล้ว

โดยทุกบทเรียนและบททดสอบทั้งหมด
ถ้าจะสอบผ่านให้ได้อย่างแท้จริงนั้น
จิตหยาบหรือจิตมนุษย์
จักต้อง "ว่าง" ไปจากการมีอยู่ของอายตนะ
เพื่อแทรกแซงกระบวนการแห่งขันธ์ 5
ด้วยการรับรู้ไม่รับเอา
และรับรู้เพื่อเรียนรู้แทนให้จงได้

เพราะการว่างไปจากอายตนะทั้งห้า
ซึ่งเปรียบเสมือนตาที่ใช้ในการสัมผัส
สิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบตนเองนั้นไม่มีอยู่
ทั้งๆที่ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย
ยังสมบูรณ์พร้อมและยังอยู่ครบนี่แหละ
จึงเป็นที่มาของคำว่า "จิตสุญตา"

3.ดวงจิตธรรมญาณผู้เป็นแก่นแท้
ในรูปธรรมมนุษย์ใดก็ตาม
ที่จิตหยาบพาเข้าถึงสภาวะแห่งจิตสุญตาได้
ในบทบาทของการเป็นมนุษย์
ท่านผู้นั้นก็จะได้ชื่อว่า
เป็นผู้อยู่เหนือกฎแห่งกรรมได้สำเร็จแล้ว

ถ้าท่านสามารถอยู่เหนือกฎแห่งกรรมได้
ก็จะดับการเกิดดับทุกสิ่งได้อย่างสิ้นเชิง
โดยจะมีเพียงการสั่นสะเทือนเพื่อดำรงอยู่
จนตราบสิ้นอายุขัยของท่านเท่านั้น

หากได้เวลาทิ้งกายสังขารไปเมื่อใด
ดวงจิตธรรมญาณของท่าน
ก็จักเป็นผู้หลุดพ้นออกไปจากระบบได้เมื่อนั้น
โดยไม่จำเป็นต้องหลุดลอยไปสู่แดนสุขาวดี
ที่เป็นภพภูมิมายาแห่งสมมติเทพ
ให้สิ้นเปลืองเวลาเลยแม้แต่น้อย

4.ด้วยเหตุนี้เอง
เราจึงจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ที่เรากล่าวต่อท่านทั้งหลายมาตั้งแต่ต้น
จักเป็นเครื่องยืนยันคำตอบของเราว่า
"แดนสุญตา" เป็นดินแดนที่มีอยู่จริง

เป็นดินแดนที่อยู่นอกระบบเอกภพ
ซึ่งเป็นสนามพลังงานสากล

เป็นดินแดนของผู้ที่
มีความอิ่มเอิบอยู่กับความว่าง

เป็นบ้านเกิดเมืองนอน
ของดวงจิตธรรมญาณผู้มาเกิดเป็นมนุษย์

เป็นดินแดนของผู้หลุดพ้น
ที่กลับออกไปทางประตูมิติของด่านนภาลัยได้

เป็นดินแดนที่องค์จิตจักรวา
พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
พระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในเอกภพอันไพศาลนี้
ทรงดำรงอยู่และทรงรอคอยการนิพพาน
เพื่อย้อนคืนสู่บ้านเกิดของบุตรทั้งหลายอยู่
เป็นเวลายาวนานกว่า 60,800 ปีเศษมาแล้ว

ซึ่งประดานักรบแห่งแสงสว่างนั้น
หากจะเข้าถึงแดนสุญตาได้
จักต้องใช้วิธีการ "หลุดลอย" ขึ้นไปเรื่อยๆ
โดยกำหนดเงื่อนเวลาล่วงหน้าไม่ได้ว่า
จะต้องใช้เวลาโลกนานสักเท่าใด
จึงจะยกระดับตนเองให้เข้าถึงแดนสุขาวดี
อันเป็นสมมติภูมิของทางฝ่ายเทวนิยมได้

แต่ถ้าท่านเลือกเส้นทางฆราวาส
เลือกแสดงบทบาทนักสู้เพื่อการรู้แจ้ง
ขณะอยู่ร่วมสังคมเดียวกันกับผู้อื่น
ท่านก็จักสามารถเข้าถึงด่านนภาลัย
โดยก้าวไปจากโลกเสรีนี้ได้โดยตรง
ภายในภพชาติเดียว

5.กับคำถามที่ว่า...เรื่องสุญตา
เป็นอุปมา อุปไมย
ให้คนชักนำตนเอง
สู่ความเป็นพุทธะในตนหรือเปล่านั้น

คำตอบคือ "#สุญตา" ไม่ใช่เรื่องอุปมา
แต่การเข้าถึงความเป็นพุทธะนั้น
หมายถึงเป็นผู้มีสมรรถนะสูงสุด
ในการใช้ปัญญาของสมองสองซีกได้
ซึ่งการจะเข้าถึงความสามารถระดับนี้ได้
จิตมนุษย์ต้องเป็นสุญตาให้ได้ก่อน

ดังนั้น
ระหว่างการเรียนรู้ว่าแดนสุญตาคืออะไร
กับเรียนรู้ว่าจิตสุญตาทำได้อย่างไร
ท่านทั้งหลายคงต้องพิจารณากันหน่อยล่ะว่า
อย่างไหนเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องกว่ากัน
ถ้าเลือกนิพพานเป็นที่ตั้ง

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
5-4-2017

หมายเหตุ:
ขออนุโมทนาบุญร่วมกับท่านด้วย
ที่ช่วยแชร์บทนิพนธ์นี้ออกไ
เพื่อเป็นธรรมวิทยาทานอันสูงสุด
แด่เพื่อนมนุษย์ผู้รู้ค่า

^แอ็ดมิน^

เรายืนอยู่ ตรงนี้ ที่โล่งแจ้ง







เรายืนอยู่ ตรงนี้ ที่โล่งแจ้ง
ความร้อนแรง แสงสว่าง กระจ่างใส
ตั้งแต่เช้า ยันเย็น ไม่เห็นใคร
คนเก่าใหม่ หันเห คล้ายเซซัง

ในที่มืด มัวซัว ทั่วทั้งหมด
ตัวเท่ามด เท่าช้าง ที่วางตั้ง
ย่อมมองคล้ำ ดำมิด เหมือนปิดบัง
ทุกสิ่งตั้ง วางเห็น เป็นมืดมน

ถ้าน้องพี่ จักเห็น พระบิดา
เห็นฝั่งฟ้า แจ่มใส ไปทุกหน
ต้องทิ้งมืด มาสว่าง ย่างเยี่ยมยล
จะสบผล เห็นเรา ที่เฝ้ารอ

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
4-4-2017