วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

(แดนสุญตา) ดำรงอยู่จริงไหม?






ตอบคำถาม: คุณAnothai Bunjong
Question 2:
ดินแดนแห่งนี้ (แดนสุญตา)
ดำรงอยู่จริงไหม?

หรือ เป็นอุปมา อุปไมย
ให้คนชักนำตนเองสู่ความเป็นพุทธะในตน

Answer:
1.แดนสุญตา หมายถึง
ดินแดนแห่งการดำรงอยู่
ของประดารูปธรรมทางพลังงาน
ที่เรียกว่า "จิตจักรวาลดวงเล็ก"
ซึ่งเป็นตัวตนภาคแรกที่สูงส่ง
ของดวงจิตธรรมญาณ
ที่แบ่งภาคตนเองออกมาเกิด
เป็นแก่นแท้ในเครื่องยนต์แห่งกรรม
รูปธรรมมนุษย์แห่งโลกเสรีนี

2.ดังนั้น
แดนสุญตาจึงเป็นบ้านเกิดเมืองนอน
ของดวงจิตธรรมญาณของมนุษย์
อีกทั้งยังเป็นดินแดนของผู้หลุดพ้นออกไป
จากระบบโลกและเอกภพอย่างสิ้นเชิงได้
โดยไม่มีหน้าที่ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกแล้ว

ที่เรียกว่า "สุญตา" ก็เพราะเหตุว่า
จิตวิญญาณผู้ผ่านการเกิดเป็นมนุษย์นั้น
สามารถสอบผ่านบททดสอบจิตสำนึก
กับสอบผ่านบทเรียนโลกมาเรียบร้อยแล้ว

โดยทุกบทเรียนและบททดสอบทั้งหมด
ถ้าจะสอบผ่านให้ได้อย่างแท้จริงนั้น
จิตหยาบหรือจิตมนุษย์
จักต้อง "ว่าง" ไปจากการมีอยู่ของอายตนะ
เพื่อแทรกแซงกระบวนการแห่งขันธ์ 5
ด้วยการรับรู้ไม่รับเอา
และรับรู้เพื่อเรียนรู้แทนให้จงได้

เพราะการว่างไปจากอายตนะทั้งห้า
ซึ่งเปรียบเสมือนตาที่ใช้ในการสัมผัส
สิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบตนเองนั้นไม่มีอยู่
ทั้งๆที่ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย
ยังสมบูรณ์พร้อมและยังอยู่ครบนี่แหละ
จึงเป็นที่มาของคำว่า "จิตสุญตา"

3.ดวงจิตธรรมญาณผู้เป็นแก่นแท้
ในรูปธรรมมนุษย์ใดก็ตาม
ที่จิตหยาบพาเข้าถึงสภาวะแห่งจิตสุญตาได้
ในบทบาทของการเป็นมนุษย์
ท่านผู้นั้นก็จะได้ชื่อว่า
เป็นผู้อยู่เหนือกฎแห่งกรรมได้สำเร็จแล้ว

ถ้าท่านสามารถอยู่เหนือกฎแห่งกรรมได้
ก็จะดับการเกิดดับทุกสิ่งได้อย่างสิ้นเชิง
โดยจะมีเพียงการสั่นสะเทือนเพื่อดำรงอยู่
จนตราบสิ้นอายุขัยของท่านเท่านั้น

หากได้เวลาทิ้งกายสังขารไปเมื่อใด
ดวงจิตธรรมญาณของท่าน
ก็จักเป็นผู้หลุดพ้นออกไปจากระบบได้เมื่อนั้น
โดยไม่จำเป็นต้องหลุดลอยไปสู่แดนสุขาวดี
ที่เป็นภพภูมิมายาแห่งสมมติเทพ
ให้สิ้นเปลืองเวลาเลยแม้แต่น้อย

4.ด้วยเหตุนี้เอง
เราจึงจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ที่เรากล่าวต่อท่านทั้งหลายมาตั้งแต่ต้น
จักเป็นเครื่องยืนยันคำตอบของเราว่า
"แดนสุญตา" เป็นดินแดนที่มีอยู่จริง

เป็นดินแดนที่อยู่นอกระบบเอกภพ
ซึ่งเป็นสนามพลังงานสากล

เป็นดินแดนของผู้ที่
มีความอิ่มเอิบอยู่กับความว่าง

เป็นบ้านเกิดเมืองนอน
ของดวงจิตธรรมญาณผู้มาเกิดเป็นมนุษย์

เป็นดินแดนของผู้หลุดพ้น
ที่กลับออกไปทางประตูมิติของด่านนภาลัยได้

เป็นดินแดนที่องค์จิตจักรวา
พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
พระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในเอกภพอันไพศาลนี้
ทรงดำรงอยู่และทรงรอคอยการนิพพาน
เพื่อย้อนคืนสู่บ้านเกิดของบุตรทั้งหลายอยู่
เป็นเวลายาวนานกว่า 60,800 ปีเศษมาแล้ว

ซึ่งประดานักรบแห่งแสงสว่างนั้น
หากจะเข้าถึงแดนสุญตาได้
จักต้องใช้วิธีการ "หลุดลอย" ขึ้นไปเรื่อยๆ
โดยกำหนดเงื่อนเวลาล่วงหน้าไม่ได้ว่า
จะต้องใช้เวลาโลกนานสักเท่าใด
จึงจะยกระดับตนเองให้เข้าถึงแดนสุขาวดี
อันเป็นสมมติภูมิของทางฝ่ายเทวนิยมได้

แต่ถ้าท่านเลือกเส้นทางฆราวาส
เลือกแสดงบทบาทนักสู้เพื่อการรู้แจ้ง
ขณะอยู่ร่วมสังคมเดียวกันกับผู้อื่น
ท่านก็จักสามารถเข้าถึงด่านนภาลัย
โดยก้าวไปจากโลกเสรีนี้ได้โดยตรง
ภายในภพชาติเดียว

5.กับคำถามที่ว่า...เรื่องสุญตา
เป็นอุปมา อุปไมย
ให้คนชักนำตนเอง
สู่ความเป็นพุทธะในตนหรือเปล่านั้น

คำตอบคือ "#สุญตา" ไม่ใช่เรื่องอุปมา
แต่การเข้าถึงความเป็นพุทธะนั้น
หมายถึงเป็นผู้มีสมรรถนะสูงสุด
ในการใช้ปัญญาของสมองสองซีกได้
ซึ่งการจะเข้าถึงความสามารถระดับนี้ได้
จิตมนุษย์ต้องเป็นสุญตาให้ได้ก่อน

ดังนั้น
ระหว่างการเรียนรู้ว่าแดนสุญตาคืออะไร
กับเรียนรู้ว่าจิตสุญตาทำได้อย่างไร
ท่านทั้งหลายคงต้องพิจารณากันหน่อยล่ะว่า
อย่างไหนเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องกว่ากัน
ถ้าเลือกนิพพานเป็นที่ตั้ง

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
5-4-2017

หมายเหตุ:
ขออนุโมทนาบุญร่วมกับท่านด้วย
ที่ช่วยแชร์บทนิพนธ์นี้ออกไ
เพื่อเป็นธรรมวิทยาทานอันสูงสุด
แด่เพื่อนมนุษย์ผู้รู้ค่า

^แอ็ดมิน^

เรายืนอยู่ ตรงนี้ ที่โล่งแจ้ง







เรายืนอยู่ ตรงนี้ ที่โล่งแจ้ง
ความร้อนแรง แสงสว่าง กระจ่างใส
ตั้งแต่เช้า ยันเย็น ไม่เห็นใคร
คนเก่าใหม่ หันเห คล้ายเซซัง

ในที่มืด มัวซัว ทั่วทั้งหมด
ตัวเท่ามด เท่าช้าง ที่วางตั้ง
ย่อมมองคล้ำ ดำมิด เหมือนปิดบัง
ทุกสิ่งตั้ง วางเห็น เป็นมืดมน

ถ้าน้องพี่ จักเห็น พระบิดา
เห็นฝั่งฟ้า แจ่มใส ไปทุกหน
ต้องทิ้งมืด มาสว่าง ย่างเยี่ยมยล
จะสบผล เห็นเรา ที่เฝ้ารอ

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
4-4-2017

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

วิวรณ์ 16-15 .ดูเถิด เราจะมาเหมือนขโมยที่มา โดยไม่มีใครคาดคิด




ตอบคำถาม:
คุณสมกิจ รวยเต็มหัตถ์

Question
***********
วิวรณ์ 16-15
1.“ดูเถิด เราจะมาเหมือนขโมยที่มา
โดยไม่มีใครคาดคิด

2.ความสุขมีแก่ผู้ที่ตื่นอยู่
และแต่งตัวเตรียมพร้อม

3.เพื่อพวกเขา
จะได้ไม่ต้องเดินเปลือยกาย
ให้อับอายขายหน้า”

กราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า
ความหมายที่แท้จริงคืออะไรครับ
ผมเข้าใจเพียงบางส่วน
นอกนั้นเกินกว่าจะเข้าใจได้

Answer:
*********
เราจะเปลี่ยนคำกล่าวทั้งหมดนั้นเสียใหม่
ให้เป็นคำกล่าวที่ตรงกับยุคสมัยปัจจุบัน
เพื่อเพียงให้ท่านเข้าใจได้ใน 3 นาทีว่า
วิวรณ์ 16-15 เราหมายความว่ากระไร

1.ท่านทั้งหลาย...จงคอยเฝ้าดูกันไว้เถิด
ในวันที่เรากลับมาตามสัญญานั้น
เราจะกลับมาจุติเป็นมนุษย์ยังโลกเสรีนี้
แบบเงียบๆ ไม่เอิกเกริก ไม่กระโตกกระตาก
จะไม่มีรหัสสัญญาณ
ไม่มีเครื่องหมายอัศจรรย์ใดๆปรากฏ

โดยเราจะมาจุติเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง
ผู้กลมกลืนไปกับท่านทั้งหลายนั่นแหละ

2.เมื่อใด...ที่เราสำแดงตนทางสังคม
กล่าวประกาศภารกิจในพระนามแห่งบุตรเอก

เมื่อนั้น...มนุษย์ทั้งหลายผู้ที่ "ตื่นรู้" อยู่
ผู้ที่ยังเฝ้ารอคอยการกลับมาของเราอยู่
พอพวกเขาได้ฟังกระแสคลื่นพระโอวาท
ที่ทรงสื่อผ่านมาทางเรา
เป็นคำประกาศจากพระสุรเสียงที่เคยคุ้น
ก็จะสามารถล่วงรู้ถึงการกลับมาของเรา
จนสามารถ "จดจำ" พระบิดาและเราได้ทันที

ประดาผู้ที่ตั้งใจตั้งตาคอยท่าเรากลับมา
ก็จะพากันปิติยินดีเป็นที่สุด

3.ซึ่งมันจะต่างกันกับคนทั่วไปที่ลืมเรา
คือคนที่มิได้ใส่ใจในการย้อนกลับมาของเรา

พวกเขาจึงมิได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อม
ต่อการกลับมาของเรา
เพื่อที่จะช่วยนำพาจิตวิญญาณของเขา
ซึ่งเป็นเสมือนเจ้าสาวของเร
เข้าสู่ประตูห้องหอ
อันหมายถึงผ่าน "ด่านนภาลัย"
เพื่อการหลุดพ้น
หรือบรรลุมรรคผลสูงสุดคือนิพพานนั่นเอง

คนพวกนี้จึงเป็นเสมือนคนเปลือยกาย
เพราะมิได้เตรียมตนเองให้พร้อม
ต่อการเป็นเจ้าสาวผู้รอคอยเจ้าบ่าวมารับ
ขณะที่เจ้าบ่าวได้มาถึงแล้ว
เจ้าบ่าวได้มายืนรอรับพวกเข
ตรงหน้าประตูบ้านอยู่ตั้งนานแล้ว

แต่พวกเขายังเสมือนเดินเปลือยกาย
โดยมิได้แต่งตัวรอเจ้าบ่าวของตนเลย
มันน่าอายเจ้าบ่าวเขามั้ยล่ะท่าน?

"ที่เรากล่าวไว้...
นัยความหมายก็มีเท่านี้เอง"

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
3-4-2017