วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กฎแห่งกรรม กฎหลักของจักรวาล (2)


 
 
 
 
 
 
พี่น้องที่รักแห่งเราทั้งหลาย
ใครที่ไม่เชื่อเรื่องของกฎแห่งกรรม
ก็จงอ่านผ่านข้อความเหล่านี้ไปเสีย
เพราะข้อความทั้งหมดต่อไปนี
มีไว้สำหรับคนที่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมเท่านั้น

1.พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ทรงกำหนดให้ท่านทุกคนเป็นสัตว์สังคม
เพื่อทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมงานกับดาวโลก
เนื่องจากภารกิจ "เพื่อนร่วมงาน" ของโลก
ทำคนเดียวให้สำเร็จไม่ได้
ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

2.ภารกิจหลักที่ว่านั้น คือ ช่วยให้โลกหมุน
ด้วยการผลิตสร้างพลังงานความรัก
ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ชนิดเดียวกันกับคลื่นสนามแม่เหล็กโลก
โดยผลิตจากจิตมนุษย์ของแต่ละคน
แล้วมอบให้แก่กันและกันในชีวิตประจำวัน

คลื่นพลังงานจิตด้านบวกหรือพลังงานความรัก
พวกท่านทุกคนสามารถสั่นสะเทือนต่อกัน
ผ่านความอดทน อดกลั้น และให้อภัย
ต่อการกระทำไม่ถูกต้องของคนอื่นๆ

หรือสามารถสั่นสะเทือนต่อกั
ในรูปของเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
ต่อการกระทำด้านบวกของผู้อื่น
หรือต่อความต่ำต้อยอนาถาของผู้อื่น

3.ถ้าคนทุกคนบนโลกนี้
ต่างแบ่งหน้าที่กันทำงานเพื่อดาวโลก
แม้จะดำรงชีวิตอยู่กันคนละซีกโลก
แต่สามารถสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันได้
ดาวเคราะห์โลกดวงนี้
ก็จะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองได้ต่อเนื่อง
ด้วยอัตราเร็วคงที่ตามที่พระบิดากำหนดไว้
ความสมดุลของระบบโลกจึงจะเกิดขึ้น
และสามารถดำรงความสมดุลได้ตลอดไป

4.ดังนั้น
ความสำเร็จของมวลมนุษย์แห่งโลกเสรี
ต่อหน้าที่ทางจิตวิญญาณที่อาสามาเกิดนี้
จึงขึ้นอยู่กับสิ่งเดียวเท่านั้นแต่สำคัญยิ่ง

นั่นคือ พวกท่านทุกคน
เมื่อได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
เข้าถึง #ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ได้แค่ไหน

พวกท่านใส่ใจที่จะรักกัน
และรักโลกบ้างมั้ย

พวกท่านรักลูกหลานคนข้างบ้า
เท่ากับที่ท่านรักลูกหลานของตนเองได้มั้ย

พวกท่านให้อภัยแก่บุคคลที่ท่านเห็นว่า
ไม่สมควรให้อภัยกันได้มั้ย

พวกท่านสามารถช่วยเหลือคนยากจน
ที่ท่านรู้เห็นมาตั้งแต่แรกแล้วว่า
พวกเขาไม่สามารถที่จะ
ตอบแทนบุญคุณท่านได้หรือไม่

5.พวกท่านจะไม่ใช้พละกำลังหรืออำนาจ
ที่ตนมีมากกว่าหรือเหนือกว่าชาติอื่น
ทำการย่ำยีกดขี่ข่มเหงเอาเปรียบชาติอื่นมั้ย

พวกท่านจะไม่ใช้วิชามาร
เข้าไปแอบแฝงยุแยงให้พวกเขาทะเลาะกันเอง
ทำสงครามเอาชีวิตคนภายในชาติเดียวกันเอง
เพื่อประโยชน์ส่วนตนที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง
จนนำความแตกแยกร้าวฉานสู่แผ่นดินนั้นมั้ย

พวกท่านสาบานได้มั้ยว่า
สงครามทุกพิกัดบนโลกนี้
ตนมิได้มีส่วนเอี่ยวเกี่ยวข้องด้วยมาก่อน
ตนมิเคยคาดหวังในผลประโยชน์อันใดมาก่อน
พวกท่านอยากเห็นโลกนี้มีสันติสุขแท้จริง

6.พฤติกรรมขยะแบบต่างๆ
ที่ผู้มีอำนาจเหนือนำผู้อื่นได้ใช้กระทำต่อผู้อื่น
อย่างไร้สติทางวิญญาณ
อย่างขาดจิตสำนึกแห่งการเป็นหนึ่งเดียวกัน
ด้วยการคิดที่จะมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว
ในบทบาทของจ้าวโลก
ซึ่งนำโลกไปสู่การแตกแยกมาตลอดนั้น
เป็นพฤติกรรมที่ผิดบาปมหันต

ที่สุดแล้วแม้ท่านจะยิ่งใหญ่ในทางโลก
แต่ท่านจักต้องวิปโยคทางจิตวิญญาณ
เพราะกฎแห่งการสมดุลกันของทุกสรรพสิ่ง
มันเป็นกฏที่แท้จริงของสากลจักรวาล

ผู้มุ่งทำร้ายจักต้องถูกทำร้ายตอบ
เคยทำอะไรกับใครอื่นไว้อย่างไร
ตนก็จักต้องได้รับผลกรรมนั้นตอบสนองเสมอ

7.ชาติมหาอำนาจ
จะเกิดสงครามกลางเมืองเสียเอง
จากการต่อสู้แตกแยกในพวกเดียวกันเอง
จนบ้านเมืองหาความสันติสุขไม่ได้
ด้วยสาเหตุทางการเมือง
เศรษฐกิจและการทหาร

ผู้คนจะไม่เคารพกฎหมาย
โดยอาศัยลัทธิเอาอย่าง
จึงกระทำตนฝ่าฝืนกฎหมายอยู่เนืองๆ

บ้านเมืองตนเองคงต้องวุ่นวายหนัก
จนไม่มีเวลาว่างจะไปแทรกแซงใครอื่น
จนไม่มีเวลาว่างจะไปก้าวล่วงใครอีก
เพราะต้องยุ่งกับการกวาดบ้านตนเอง
เพราะต้องยุ่งกับการทำสงครามภายในกันเอง
เพราะต้องยุ่งกับการทำสงครามกับภัยพิบัติ
ที่ช่างเท็คนิกของฟ้าจะจัดสรรมาให้

ประชาชนจะไม่รักชาติ
นักการเมืองจะขาดศีลธรรมจริยธรรม
ผู้คนจะมีความเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น
ข้าวจะยากหมากจะแพง
แต่อาวุธสงครามร้ายแรงจะราคาถูกลง

8.ชะตากรรมตัวอย่างในข้อ 7.
เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม
ซึ่งเป็นกฏเล็กในกฎหลักของจักรวาล
คือกฎแห่งการสมดุลกันของสรรพสิ่งโดยแท้

ผลกรรมมันกำลังจะทะยอยเกิดขึ้น
ให้ได้เรียนรู้กันอยู่แล้ว
โปรดติดตามชมกันเองเถิดท่านทั้งหลาย

กราบพระบาทพระบิดาที่ทรงพระเมตตา

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
12-11-2016

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปลา 6 ชนิด ที่จะต้องถูกคัดทิ้ง


 
 
 
 
 
 
 
นี่เป็นปลา 6 ชนิด ที่จะต้องถูกคัดทิ้ง
ในปฏิบัติการชำระโลกเพื่อการเปลี่ยนยุค
ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี

*1.ปลาตัวที่ป่วยทางจิตวิญญาณ

หมายถึง ปลาจำพวกที่
เคยก่อกรรมทำผิดบาปเอาไว้มา
เคยก่อกรรมทำผิดบาปอยู่ซ้ำๆ
ในทุกภพชาติ
ที่ได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นมนุษย์

บ้างก็เคยผ่านการบำบัดเยียวยา
เพื่อรักษาสมดุลทางจิตวิญญา
ในภพภูมินรกกันมาแล้วตั้งหลายครั้ง
แต่ก็ไม่มีวี่แววแนวโน้มว่าจะดีขึ้น
จนคืนสมดุลทางจิตวิญญาณ
ให้แก่ตนเองไม่ได้

ปลาเหล่านี้จะต้องถูกคัดทิ้
เพราะเป็นปลาจำพวกไม่มีอนาค
จะปล่อยให้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไม่ได้

*2.ปลาตัวที่พิการทางปัญญา

หมายถึง ปลาตัวที่มักง่าย
ถนัดแต่ใช้อารมณ์นำปัญญา

ปลาตัวที่ไร้สติ
จนตกเป็นทาสทางอารมณ์รู้สึกของตนเอง
โดยมักชอบทำอะไรเอาแต่ใจตัว
จึงเข้ากับใครอื่นไม่ค่อยจะได้

เป็นปลาที่คิดไม่เป็น
เข้าถึงอำนาจทางปัญญาของสมองไม่ได้
เพราะไม่เคยใส่ใจที่จะฝึกคิ
จึงไม่เชี่ยวชาญในการใช้ความคิด
จึงเป็นปลาตัวที่ไม่มีเหตุผ
เป็นปลาที่ใช้เหตุผลไม่เป็น

ปลาบางตัวในกลุ่มนี้
จึงมีอาการค่อนข้างจะงมงาย
สอดแทรกอยู่ด้วย

*3.ปลาตัวที่จำพระบิดาไม่ได

หมายถึง ปลาพวกที่ปฏิเสธพระบิดา
ทั้งๆที่พระบิดาเป็น
ผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณของตนแท้ๆ

ถ้าเขาปฏิเสธการมีอยู่จริงของพระบิดา
นั่นเท่ากับว่าเขาก็ได้ตัดญาติ
ขาดสัมพันธ์กับพระบิดาแล้ว
การทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาไว้
ก็เป็นอันขาดการติดต่อสื่อสารไปทันที

ปลาพวกนี้มักจะต่อต้าน
การกลับมาตามพันธะสัญญาเดิมของเรา
ต่อต้านการสื่อพระโอวาทของเรา
และปฏิเสธพระโอวาทพระบิดา

*4.ปลาตัวที่ไม่มีปณิธานแห่งนิพพาน

หมายถึง ปลาตัวที่ไม่รู้จักรักผู้อื่น
ขณะที่ตนต้องการให้ผู้อื่นรัก

เป็นปลาตัวที่ไม่รู้จักการให้ผู้อื่น
ขณะที่ตนต้องการแต่จะได้รับจากผู้อื่น

เป็นปลาตัวที่ไม่แคร์การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น
จึงไม่ใส่ใจเรียนรู้ที่จะตอบสนอง
ความต้องการของผู้อื่นบ้าง
จึงมักทำตนเป็นอุปสรรคของผู้อื่นอยู่เนืองๆ

พฤตินิสัยเหล่านี้นี่เองที่ยังผลให้ปลาพวกนี้
มีแต่ก่อเวรเกี่ยวกรรมกับผู้อื่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนหมดโอกาสที่จะกลับบ้าน

*5.ปลาตัวที่พวกมารเรียกพี่

หมายถึง
ปลาตัวที่ฝักใฝ่แต่ในด้านชั่ว
จึงเชี่ยวชาญในการก่อกรรมทำเข็ญต่อผู้อื่น
มองหาความดีงามไม่เจอ

ปลาพวกนี้จะเป็นปลาตัวที่มักทำตนเป็นอุปสรรค
ในการยังประโยชน์สุขของปลาตัวอื่นๆ
จึงเป็นปลาที่คัดเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์
คัดทิ้งไปจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า

*6.ปลาตัวที่ดีแต่พูด

หมายถึง
เป็นผู้สามารถกล่าวธรรมะ
ได้อย่างแคล่วคล่อง
ท่องธรรมะได้อย่างปราดเปรีย
เที่ยวสอนปลาตัวอื่นๆไปทั่ว

แต่ตัวเองกลับรู้ธรรมแต่ไม่รู้ทำ
จึงไม่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้อื่นได้

การเป็นผู้สอนธรรมะโดยมีดีอยู่ที่ปาก
จึงยากแก่การเป็นครูที่แท้จริงได้
เพราะการเป็นครูคือผู้ทำตนเป็นแบบอย่าง
มิใช่เพียงแค่แอบอ้างด้วย "คำพูด" เท่านั้น

ดังนั้น
เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ปลา 6 ชนิดนี้ไงล่ะที่ฟ้าไม่โปรด

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-11-2016

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ถ้าท่านครอง มหาสติ





พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
ในมรรควิถีจิตจักรวาล
อันเป็นเส้นทางแห่งการหลุดพ้น
สำหรับฆราวาส
ผู้เลือกครองตนเป็น #นักสู้เพื่อการรู้แจ้ง นี้
หากเอ่ยคำว่า #มหาสติ แล้ว
ย่อมหมายถึงการครอง "สติ" รวม 3 ประการ
คือ รู้สติ มีสติ และใช้สติ

เพราะฆราวาสต้องอยู่ในสังคม
ต้องปฏิบัติธรรมร่วมกันกับผู้อื่นตลอดวันเวลา
จะนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมคนเดียว
หรือจะปลีกวิเวกอยู่คนเดียวไม่ได้
ฆราวาสจึงมีบริบทในการดำเนินชีวิต
กับบริบทในการทำงาน
ล้วนเป็นการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น
จะไปแอบนั่งหลับตาปลีกวิเวก
เพื่อทำกายกับจิตให้สงบ
ในลักษณะจะไปสวรรค์คนเดียวน่ะไม่ได้
หากจะไปสวรรค์ก็ต้องชักพาผู้อื่นไปด้วย
มีสุขก็ต้องแบ่งปันความสุข
มีความสำเร็จก็ต้องแบ่งปันความสำเร็จ
มีทุกข์ก็จะต้องร่วมต้านทุกข์นั้น
หรือขจัดทุกข์นั้นด้วยกัน
เพราะในความจริงเบื้องหลังมิติโลกนั้น
มนุษย์ทุกคนจักต้องร่วมสร้างสมการซัมเบต้า
ด้วยการสั่นสะเทือนจิตตปัญญาด้านบวก
โดยมีความรักแบบต่างๆเป็นแกนกลาง
ใครจะสั่นสะเทือนคนเดียวไม่ได้
เพราะสมการพลังงานด้านบวกนี้
จะเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยจิตใครเพียงลำพัง
แต่เนื่องจากมนุษย์ทุกคน
มีนิสัยและสันดานแตกต่างกัน
การจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน
ด้วยการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างลงตัว
ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
มันเป็นสิ่งที่ยากมากในทางปฏิบัติ
พระบิดาจึงทรงมีเมตตาสื่อสอนไว้ว่า
ให้ท่านทั้งหลายใช้ #มหาสติ เป็นเครื่องมือ
เพื่อจัดการลักษณะนิสัยสันดานที่แตกต่าง
ของพวกท่านทั้งหลายมิให้เป็นเงื่อนไข
จนนำไปสู่ความแตกแยก
แต่ให้สามารถนำความแตกต่าง
มาสร้างสิ่งใหม่
ที่ยิ่งใหญ่และมีประโยชน์มากกว่าแทนเสีย
โดยมหาสตินี่แหละจะช่วยให้ท่านรู้ว่า
เอาสีแดงมาร่วมหรือรวมกับสีขาวแล้ว
มันจะได้สีใหม่เป็นสีชมพูสวยหวานเลยเชียว
ดีกว่าคิดจะเล่นพวกโดยเอาแต่แดงรวมแดง
แล้วเขวี้ยงขาวทิ้งไปเพราะเห็นว่าสีมันต่าง
ชาตินี้ชีวิตพวกท่านจึงไม่มีอะไรใหม่
พวกท่านบนโลกนี้แม้มีจำนวนมากมาย
แต่ก็ทำประโยชน์อะไรให้กับโลกไม่ได้
สร้างประโยชน์ให้กับสังคมก็ไม่ได้
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
นัยความหมายของ #มหาสติ ก็คือ
1.#มีสติ
หมายถึง มีความสามารถที่จะควบคุมอารมณ์
และพฤติกรรมขยะ (Un-acceptable Behavior)
ของตนได้ ไม่น้อตหลุด ไม่สติแตก
2.#รู้สติ
หมายถึง รู้เท่าทันอารมณ์รู้สึก
และการนึกคิดของตนเองได้
3.#ใช้สติ
หมายถึง มีความสามารถในการแสดงออก
ทางอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านบวก
และแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้อื่นได้
โดยใช้ความฉลาดทางสมอง 3 ระดับ
ขับเคลื่อนเพื่อการดำเนินชีวิตหรือทำงาน
ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้ดี
ดังนั้น
ถ้าท่านสามารถครองมหาสตินี้ได้
ท่านก็จะไม่สร้างทุกข์ให้ตนเองและใครเลย
ท่านก็จะเป็นคนพ้นกรรม เป็นผู้อยู่เหนือกรรม
ท่านก็จะเป็นมนุษย์ที่สมดุลได้ในชาตินี้
ประตูด่านนภาลัยก็จะเปิดแง้มออก
ในเวลาเดียวกันกับตาที่สามของท่านเปิด
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
4-11-2016