วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คัมภีร์แห่งธรรมจักร



คัมภีร์แห่งธรรมจักร:
............................
1.จิตวิญญาณของทุกท่านในทุกภพชาติ
ที่ได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็น "คน" นั้น

จักต้องเรียนรู้ที่จะ "คนตนเอง" ให้เป็น "มนุษย์"
จักต้องเรียนรู้ที่จะ "คนตนเองให้เข้ากันได้ดี" กับผู้อื่น
จักต้องเรียนรู้ที่จะ "คนตนเองให้เป็นหนึ่งเดียว" กับโลก

จักต้องเรียนรู้ที่จะ "คน" ตนเองให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
กับผู้อื่น กับโลก และกับจักรวาลอันไพศาลนี้

2.การคนตนเองให้เป็นมนุษย์หมายถึง
การที่ท่านสามารถใช้กลไกอายตนะภายนอก
เช่น ตา หู จมูก ลิ้นหรือปาก มือ และเท้า
เพื่อการสัมผัสรู้ดูเห็นสิ่งต่างๆรายรอบตัว

แล้วนำเอาผลแห่งการสัมผัสนั่น
มาสั่นสะเทือนจิตใจที่ข้างใน
เพื่อให้เกิดเป็นความรักเพื่อให้

มาสั่นสะเทือนจิตใจที่ข้างใน
เพื่อให้เกิดเป็นความสุขสงบ
แล้วใช้สภาวะจิตที่สุขสงบนั้น
ไปสั่นสะเทือนทางปัญญาของสมองสองซีก
เพื่อสร้างกระบวนการคิดต่อไป

ก่อนที่จะตัดสินใจแสดงออกหรือกระทำ
พฤติกรรมที่เหมาะสมดีงาม
ต่อเพื่อนร่วมโลกได้ทุกสิ่ง

3.ถ้าท่านสามารถเข้าถึงความจริงที่จริงแท้
ในสองประการที่กล่าวมานั้นได้ก็เท่ากับว่า
ท่านเข้าถึงการคนตนเองให้เป็นมนุษย์
หรือท่าน "หมุนธรรมจักร" สำเร็จแล้ว

แต่ถ้าท่านมิอาจเข้าถึงได้ในสองประการที่กล่าวมา
โดยจิตเกิดการสั่นสะเทือนเป็นลบขึ้นมาแทน
จนยังผลให้เกิดความไม่สงบที่ในจิต
จนไม่สามารถเข้าถึงความรักและความคิด
ที่ถูกต้องเหมาะสมและดีงามต่อผู้ใดได้
นี่เท่ากับว่าท่าน "หมุนกรรมจักร" แทนเสียแล้ว

4.ถ้าหากท่านสามารถหมุนธรรมจักรได้
ปฏิบัติการนี้จะยังผลให้
เกิดพลังงานด้านบวกขึ้นมาได้
ซึ่งเป็นคลื่นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ที่ทุกคนทุกสรรพสิ่งและดาวโลกล้วนต้องการ

แต่ถ้าท่านหมุนกรรมจักร
ปฏิบัติการนี้ก็จะยังผลให้
เกิดพลังงานด้านลบขึ้นมาแทน
ซึ่งเป็นคลื่นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านลบ
ที่ทุกคนทุกสรรพสิ่งและดาวโลกไม่ต้องการ

5.พลังงานด้านบวก
จากการสั่นสะเทือนทางจิตปัญญา
เป็นพลังงานสร้างสรรค์
นั่นคือ บุญกุศล

พลังงานด้านลบ
จากการสั่นสะเทือนทางจิตปัญญา
จักเป็นพลังงานขยะ
นั่นคือ บาปกรรม

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
10-07-2015

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การใช้สมองซีกขวา




เราจะกล่าวความจริงเบื้องต้น
ต่อท่านทั้งหลาย
ถึงลักษณะการใช้สมองซีกขวาเอาไว้ว่า

มันจะต้องสั่นสะเทือนด้วยจิตกับสมองซีกซ้าย
เพื่อการนึกคิดให้ได้ผลลัพธ์หรือผลึกการคิดก่อน
จากนั้นจึงนำคำตอบหรือองค์ความรู้ที่ได้
มาพิจารณาด้วยสมองซีกขวา
ในระบบ "กดปุ่ม" ต่อไป

วิธีการกดปุ่มง่ายๆมีดังนี้:

1.ใช้จิตกับสมองซีกซ้ายนึกคิดพิจารณา
อย่างมีเหตุผล

2.นำองค์ความรู้ซึ่งเป็นคำตอบที่ได้จากข้อ 1.
มาคิดต่อด้วยสมองซีกขวา

3.การคิดด้วยสมองซีกขวาจะเป็นแบบนี้

3.1 คิดด้วยจิตที่ว่างไปจากอารมณ์หยาบๆรายวัน
ทั้งปวงในขณะนั้น

3.2 คิดเพื่อให้ไม่คิดเพื่อเอา

3.3 คิดเพื่อค้นหาคุณค่าของสิ่งนั้นๆ
หรือ ค้นหาสัจธรรมจากสิ่งนั้นนั่นเอง

3.4 ไม่ตีกรอบการคิดไว้ด้วยวิธีคิดแบบเดิมๆ
มุมมองแบบเดิมๆ

3.5 ไม่ตั้งเป้าหมายในผลลัพธ์ของการคิด
ว่าต้องคิดให้ออก คิดให้ได้ ภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้

3.6 ไม่คาดหมายไว้ล่วงหน้าว่า
ผลลัพธ์การคิดจะต้องออกมาแบบนั้นแบบนี้

3.7 มีความสุขและจิตสงบขณะกำลังคิด

3.8 คิดให้ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะคิดออกคิดได้

3.9 มีศรัทธาในสิ่งที่กำลังคิด
โดยเชื่อมั่นว่าสิ่งที่กำลังคิดนั้นเป็นสิ่งดี

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
8-07-2015

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การเรียนรู้ที่ถูกต้อง จักควรสิ้นสุดที่การ "เข้าถึง"




เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

เราเคยพร่ำเตือนพวกท่าน
ให้หมั่นเข้าห้องเรียนทุกวัน
ให้ขยันฝึก "มหาสติ"
โดยมีสไลด์คำสอนสำคัญๆ
เพื่อเตรียมผจญบททดสอบกันให้ล่วงหน้าด้วย
(นึกไม่ออกก็ให้ย้อนกลับไปดู)

ต่อนี้ไป.....
เมื่อได้เห็นคำสื่อสอนจากพระบิดาผ่านมาทางเรา
ไม่ว่าสไลด์ใด คำสอนใด คำเตือนใด

ให้ถามตนเองว่าท่านจะทำอย่างไร
สไลด์กับพระโอวาทจึงจะผันจาก "เข้าตา" คือ รู้เห็น
เปลี่ยนมาเป็น "เข้าใจ"

สุดท้ายเมื่อท่านเข้าใจข้อความนั้นๆแล้ว
ท่านจะซาบซึ้งด้วยการ "เข้าถึง" คำสื่อสอนนั้นๆ
ด้วยการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันกันอย่างไร

เพียงแค่เข้าตา เข้าใจ
แต่มิอาจ "เข้าถึง" กันได้
พระโอวาทหรือพระวจนะดีๆใดๆ
ท่านก็จะมิอาจยังประโยชน์ใดๆได้เลย

การเรียนรู้ที่ถูกต้อง
จักควรสิ้นสุดที่การ "เข้าถึง"
มิใช่แค่การอ่านให้เข้าตาแล้วรู้สึกว่า "เข้าใจ"
โดยท่านมิอาจสร้างความแข็งแรงให้แก่แก่นแท้ได้

ท่านจงจำไว้เป็นบทเรียนว่า
"ศัตรูทั้งหลาย" ยังมีอยู่มากมายในชีวิตท่าน
"หมู่มารทั้งหลาย" ก็ยังวนเวียนอยู่รอบกายท่าน

ไม่เห็นตัวไม่เห็นหน้าไม่เห็นนัย
รู้หน้ารู้ตัวไม่รู้ใจ
การเตรียมพร้อมตั้งรับศัตรูและหมู่มาร(ทั้ง 3 ตัว)
เพื่อการข้ามผ่านบททดสอบทั้งยากและง่าย
จึงเป็นหลักสูตรเร่งรัดของท่านล่ะนะ

ขณะสนามแม่เหล็กโลกกำลังอ่อนแอลงทุกวัน
เพราะการมีจิตสำนึกตกต่ำของชาวโลก
จึงยังผลให้ประตูมิติที่เคยปิดกั้นกักกันหมู่มารไว้
เริ่มมีอาการสั่นไหวไม่แข็งแรงจนแง้มออก
ประดาศัตรูแห่งพระเจ้า
อุปสรรคแห่งเหล่าเราต่างล้นทะลักกันออกมา
จักเป็นขวากหนามที่ทุกท่าน
ต้องข้ามผ่านกันไปให้ได้
ด้วยการใช้องค์ความรู้ทุกสิ่งอย่างจริงจัง
ผ่านการครองมหาสติในชีวิตประจำวัน
และแสดงปณิธานแห่งนิพพานให้ชัดเจนไว้

โอม...สงบ
โอม...สติ...มหาสติ
โอม...สำรวม
โอม...อโหสิ

ต่อนี้ไป...
พวกท่านทั้งหลาย
อย่าได้แต่กราบพระบาท
อย่าได้แต่กราบขอบพระทัย
แล้วยกพระโอวาทขึ้นไว้บนหิ้งบูชา

แต่ท่านจักต้องน้อมนำมาสถิตย์เอาไว้ที่จิตใจ
เพื่อการพร้อมใช้ตลอดเวลา

จงอย่าเก็บธรรมะใดๆเอาไว้แค่ "ปาก"
เพราะปากเป็นเพียงแค่ช่องทางหรือประตู

จิตตปัญญาของท่านต่างหาก
จักเป็นผู้ใช้ปากของท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

นี่ไง....
พระโอวาทจึงสมควรสถิตย์เอาไว้ที่จิตใจ
มิใช่เก็บไว้ที่ปาก...
เหมือนอย่างที่ผ่านมา

เรารักพวกท่านทุกคน

กราบพระบาทพระบิดาแห่งมหาจักรวาล

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
7-07-2015