วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Meta-physics จิตใต้สำนึก #อภิปรัชญา-9




อภิปรัชญา: Pure-meta physics
#มหัศจรรย์แห่งจิตใต้สำนึก

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เพราะว่าท่านเป็น #คนสองมิติ
#พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ ของท่าน
จึงทรงกำหนดให้ท่านทั้งหลาย
เป็น "คนสองภาค" ในตนเอง

#ภาคแรกคือกายหยาบ
อันประกอบด้วย #จิตหยาบ
ที่มี #จิตสามนึก กับ #เครื่องยนต์แห่งกรรม
รูปธรรมมนุษย์เป็นเครื่องมื

#ภาคสองคือจิตวิญญาณ
อันประกอบด้วย #จิตวิญญาณ
ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของท่านเอง
ซึ่งเร้นตนเองอยู่ข้างในกายหยาบ
ที่มี #จิตใต้สำนึก เป็นเครื่องมือ

เมื่อใดก็ตามที่จิตหยาบในภาคแรก
มีการสั่นสะเทือนทางจิตสามนึก
เป็นอารมณ์รู้สึกหรือการนึกคิดเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือว่าด้านลบ

ไม่ว่าท่านจะขับเคลื่อนมันออกมา
เป็นการแสดงออกหรือการกระทำใดๆ
ด้วยเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
หรือไม่ก็ตาม

ณ บัดเดียวกันนั้น
ภาคสอง คือ ด้านของจิตวิญญาณ
โดย #จิตใต้สำนึก ของท่านเอง
ก็จะสั่นสะเทือนตาม #จิตสามนึก ทันที
เพื่อแสดงออกหรือกระทำสิ่งนั้น
ในมิติของจิตวิญญาณด้านของแก่นแท้
ตามที่จิตหยาบโดยจิตสามนึกต้องการ

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
กระบวนการที่ว่านี้เป็นระบบอัตโนมัติ
ท่านไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปแทรกแซงเลย
เพราะจิตหยาบกับจิตวิญญาณของท่าน
จะสื่อสาร (Communication) กันเอง
ด้วยภาษาของจิต (Mind Language)
ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็ก

ท่านจึงไม่จำเป็นต้องสร้างภาษาจิตประสาท
ที่เรียกว่า NLP ขึ้นมาใช้
ให้มันดูลึกลับซับซ้อนโดยใช่เรื่องเลย
เพียงแค่ท่านต้องระลึกไว้เสมอว่า
#จิตใต้สามนึกจะทำตามจิตสามนึกเสมอ

หมายความว่า
จิตใต้สามนึกจะคอยใช้พลังทางจิตวิญญาณ
ที่สองตาเปล่าของท่านมองไม่เห็น
สั่นสะเทือนให้เกิดการกระทำในมิติแก่นแท้
เพื่อให้บังเกิดผลสำเร็จในมิติของกายหยาบ
#ตามที่จิตหยาบสั่นสะเทือนจิตสามนึกเสมอ

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราขอเน้นย้ำนะว่า
#จิตใต้สำนึกจะสั่นสะเทือนตามจิตสามนึก
#จิตใต้สำนึกจะสั่นสะเทือนตามจิตสามนึก
#จิตใต้สำนึกจะสั่นสะเทือนตามจิตสามนึก

ดังนั้น
ไม่ว่าจิตสามนึกจะสั่นสะเทือนเรื่องนั้นๆ
ด้วยจิตรู้สามนึกซึ่งเป็นเรื่องดีๆที่ต้องการ
หรือจะสั่นสะเทือนเรื่องนั้นๆ
ด้วยจิตไร้สำนึกซึ่งเป็นเรื่องไม่ดีที่ไม่ต้องการ
"จิตใต้สำนึก" ก็จะสั่นสะเทือนไปตามนั้น
โดยไม่รู้หรอกว่าสิ่งไหนต้องการไม่ต้องการ
แต่จะสั่นสะเทือนเพื่อนำสิ่งนั้นเข้ามาหา 
น้อมนำพาสิ่งนั้นเข้ามาให้ท่านจนทุกสิ่ง

ด้วยเหตุนี้เอง
ระหว่างการคิดสร้างภาษาจิตประสาท NLP
เอามาฝึกคิดฝึกใช้ในชีวิตประจำวันให้มันยุ่ง
กับมุ่งฝึกมหาสติกับปณิธานแห่งนิพพานไว้
ซึ่งเป็นการใช้ภาษาจิตประสาทวิถีธรรมชาติ
อย่างไหนจะควรค่าแก่การใส่ใจมากกว่ากัน

แต่สิ่งที่ท่านต้องระวังก็คือ
ท่านต้องไม่นึกลบคิดลบต่อตนเอง
เพราะจิตใต้สำนึกจะนำพาสิ่งลบๆนั้นมาให้
ประเภท "ฉันทำไม่ได้แน่" "แย่แล้วกู"
"ซวย...จิ๊บ...หายเลย"
"ฉันกลัวผีอ่ะ!" "ยากอ่ะ" "ฉันเกลียดคนขี้เมา"
"ฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้" "รำคาญคนขี้บ่น"
"ฉันไม่ชอบคนขี้หึง" "รังเกียจคนขี้งก" ฯลฯ

เพราะการนึกลบคิดลบแบบนี้
ท่านต้องใช้จิตสามนึกสั่นสะเทือนมันทั้งสิ้น
ดังนั้นจิตใต้สำนึกจะเข้าใจว่า 

"ท่านต้องการ" ที่จะทำงานนั้นไม่ได้
เพราะท่านไปคิดว่าท่านทำไม่ได้
งานนั้นจึงเต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหา
เพื่อจะให้ท่านทำไม่ได้หรือทำไม่สำเร็จ
ตามที่ท่านสั่นสะเทือนจิตสามนึกไว้

เข้าใจว่า "ท่านต้องการ" จะเจอความซวย
อันหมายถึงต้องเผชิญกับความโชคร้าย
ชีวิตท่านจึงมีแต่เรื่องร้ายๆเข้ามาในชีวิต
เพราะท่านสั่นสะเทือนจิตสามนึกว่า
"ซวยจิ๊บหาย" อยู่ซ้ำซาก

ผู้หญิงบางคนก็จะเจอแต่ผู้ชายขี้เมา
เจอแต่ผู้ชายเจ้าชู้ผ่านเข้ามาในชีวิต
จนในที่สุดเธอต้องได้สามีขี้เหล้ากับเจ้าชู้
ทั้งๆที่ตนเองสั่นสะเทือนจิตสามนึกว่า
เกลียด ปฏิเสธ หรือไม่ต้องการแท้ๆ

ที่เรากล่าวมาเป็นตัวอย่างทั้งหมดนี้
ก็เพื่อจะทำให้ชีวิตท่านมันง่ายขึ้น
โดยไม่ต้องไปเปลืองเงินซื้อ NLP
โดยไม่ต้องเข้าแทรกแซงกระบวนการของจิต
ให้มันวิปริตผิดธรรมชาติเลยก็ได้
ด้วยการระวังจิตอย่านึกคิดด้านลบ

ไม่ต้องการพบเจอสิ่งใดในชีวิต
ก็ให้ท่านวางเฉยต่อสิ่งนั้นเสียทันที
หากต้องการพบเจอสิ่งดีใดๆในชีวิต
ก็ให้ท่านสั่นสะเทือนจิตสามนึกถี่ๆบ่อยๆ
ที่ท่านเรียกกันว่า #ภาวนา
ควบคู่ไปกับการกระทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้มา
ด้วยจิตตปัญญาของท่านในชีวิตจริงด้วย

บางครั้ง
เพียงแค่ท่านคิดให้เป็นภาพ
ในสิ่งที่ต้องการ
ด้วยจินตนาการของจิตท่านเท่านั้นแหละ
จิตใต้สำนึกก็จะรับรู้แล้วสั่นสะเทือนต่อได้เลย
เพื่อนำเอาสิ่งที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมาให้

บางครั้ง
เพียงแค่ท่านคิดถึงกลิ่น 
รส เสียง รูปลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง
ด้วยจินตนาการของจิตท่านเท่านั้นเอง
จิตใต้สำนึกก็จะรับรู้แล้วสั่นสะเทือนต่อได้เลย
เพื่อนำเอาสิ่งที่มีคุณสมบัติดังกล่าวนั้นมาให้

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
27-07-2017

วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ ทรงโปรดเวไนย (ภาค 11)




#พระบิดาทรงโปรดเวไนย

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

ตราบใดที่มนุษย์ยังพึ่งพา
วัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์จะไม่คิดพึ่งพาตนเองเลย

เมื่อมนุษย์ยังพึ่งพาตนเองกันไม่ได้
แล้วดาวเคราะห์โลกดวงนี้
จะพึ่งพาใครได้เล่า

วัตถุเท็คโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น
แล้วหลงยึดติดคิดว่าเป็นที่พึ่งของตนได้
มันจึงต้องถูกทำลายลงไปให้ได้ประจักษ์
เพื่อให้ท่านหันกลับมา
ปลุกสร้างความศักดิ์สิทธิ์ในตนเอง
ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้
กราบไหว้ตนเองได้
แทนวัตถุมงคลทั้งหลายเหล่านั้น
แลเป็นที่พึ่งของดาวโลกได้เสียที
ก่อนที่จะถึงกาลสิ้นยุค 56 วัน 8 ราตรี

ดังนั้น
ปฏิบัติการสร้างสติให้พวกท่าน
มีงานหลักอย่างหนึ่งคือ
ชำระขยะวัตถุทั้งหลายที่ท่านสร้างทิ้งไป
ไม่ว่าจะตั้งอยู่ ณ แหล่งใดบนโลกเสรีนี้
จักพังทลาย จักจมหาย
จักแตกสลาย หรือจักเผาไหม้เป็นฝุ่นธุลี
เรื่องราวแบบนี้ยังจะเกิดขึ้นต่อไป
ยังจะถูกเก็บชำระต่อไป ทั่วแผ่นดินโลก

เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดบนโลกนี้
คือดวงจิตวิญญาณของท่านเอง
หากตนเองยังเข้าถึงความศักดิ์สิทธิ์
ที่มีอยู่ในตนเองกันไม่ได้
ยังหากันยังไม่พบเจอแล้ว
ท่านก็จักยังพึ่งตนเองไม่ได
ดาวโลกดวงนี้ก็มิอาจพึ่งมนุษย์ได้เช่นกัน

เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุ
ในสากลจักรวาล
คือพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของท่าน
ผู้ทรงเป็นพระจิตแห่งจักรวา
เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นเอง
ที่ท่านทั้งหลายสมควรจะน้อมกราบไหว้
สมควรที่จะทำสามเหลี่ยมกับพระองค์

มิใช่ยึดติดมายารูปลักษณ์
ของวัตถุเท็คโนโลยีขยะอันเป็นสิ่งสมมติ
ที่มนุษย์ออกแบบสร้างขึ้นมาเอง
มิใช่การยึดติดประเพณีพิธีกรรม
จนลืมชำระจิตใจให้ใสสวย
คิดปรารถนาแต่จะมีชาติหน้าที่ดีๆ
แต่ไม่มีปณิธานแห่งนิพพานให้ชัดเจน

การร้องขอสิ่งดีๆถ้าต้องมีชาติหน้า
ท่านต้องร้องขอจากตนเองใช่ใครอื่น
ถ้าท่านปรารถนาจะพบเจอสิ่งดีใดๆ
ท่านต้องหมั่นก่อกรรมทำดีเสียในชาตินี้
ถ้าไม่ต้องการพบเจอสิ่งไม่ดีใดๆ
ท่านก็ต้องงดทำไม่ดีแบบนั้นเสียในชาตินี้

นี่คือ #การร้องขอต่อตนเอง
เพราะจิตวิญญาณของท่าน
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในตนเอง
ในภพชาติหน้าท่านจะได้รับ
ทุกสิ่งที่ทำไว้ในภพชาตินี้อย่างครบถ้วน
ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของจิตวิญญาณเอง

ไม่ว่าท่านจะทำอะไรแบบไหนอย่างไร
เอาไว้กับตนเองหรือใครอื่นในภพชาตินี้
นั่นเท่ากับว่าตัวท่านเองนั้น
กำลังเขียนบทละครของท่านขึ้นไว้
เพื่อจะใช้แสดงในภพชาติหน้าถ้ามีด้วย

เมื่อความจริงมันเป็นดั่งนี้แล้ว
ท่านก็จักต้องรู้ว่า
ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นใดจะช่วยท่านได้
แม้ประดาเทพพรหมทั้งหลายในสากล
เขาเองก็ยังต้องฉุดช่วยตนเองอยู่เลย
นี่ก็กำลังจะปิดยุคพลังงานเก่าแล้ว
ทุกรูปธรรมจำต้องเร่งช่วยเหลือตนเอง
เพื่อให้หลุดพ้นออกไปจากระบบโดยไว
ก่อนประตูมิติแห่งโอกาสจะถูกปิดสนิท
ไม่มีใครช่วยใครได้เพราะทุกคนไม่ว่าง

ถ้าใครยังหลงยึดติดวัตถุเท็คโนโลยี
ยังข้ามผ่านมายาให้เข้าถึงแก่นแท้ไม่ได้
ยังเน้นพึ่งพาวัตถุมงคลสถูปสถาน
ยังพึ่งพาบริการทานบุญผ่านบุคคลอื่นอยู่
โดยไม่คิดจะพึ่งพาจิตตปัญญาตนเอง
ด้วยการหมั่นยกระดับพัฒนาไปทุกๆวัน
แล้วหมั่นใช้มันให้เต็มพลัง

รักได้ ให้อภัยเป็น
คิดก่อนคิด คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ
ตาม #ปริญญาโมเดล ที่เราเคยสื่อมาสอน
แทนการงมงายอยู่กับความเชื่อไม่เชื่อ

ปลาที่จะถูกคัดทิ้งแน่นอน
ในการชำระโลกสู่ยุคพลังงานใหม่
คือปลาที่บกพร่องเหลวไหล
ซึ่งไม่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงใดๆนี่เอง

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เรากราบพระบาทขอบพระทัยพระบิดา
แทนพวกท่านทั้งหลายไว้ ณ ที่นี้
ที่พระองค์ยังทรงพระเมตตา
ให้โอกาสปลาทุกตัวจนวินาทีสุดท้าย
ในขณะที่ปริมาณมวลน้ำทั้งบนบกในทะเล
ยกระดับเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆมิหยุดยั้ง
อาจทำให้ปลาที่หายใจด้วยปอดบางตัว
ยังไม่คุ้นชินที่จะว่ายวนอยู่ในน้ำ
อาจเกิดการสำลักน้ำก่อนถึงกำหนดก็ได้

ดังนั้น
การล่มสลายพังทลายของบางสิ่
ที่ค่อยๆทะยอยเกิดขึ้นให้เห็นกันต่อหน้า
ซึ่งหลายคนอาจเห็นว่าไม่เหมาะสม
จึงเป็นความเหมาะสมแล้วที่ไม่เหมาะสม

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
23-07-2017

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ ทรงโปรดเวไนย (ภาค 10)




พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
พระบิดาทรงติดตั้งจิตสามนึกของโลก
ให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับจิตสามนึกมนุษย์
ตั้งแต่เมื่อแรกสร้างจักรวาล 
โลก มนุษย์ และทุกสรรพสิ่งแล้ว
คำว่า #จิตสามนึกเป็นหนึ่งเดียวกัน
ระหว่างโลกกับมวลมนุษย์นั้น
หมายถึงมนุษย์กับโลก
จะสั่นสะเทือนจิตสามนึกร่วมกันตลอด
โดยมีมนุษย์ทุกคนบนโลกเป็นผู้เริ่มต้น
ส่วนดาวโลกก็จะเป็นผู้สั่นสะเทือนตาม
ทั้งนี้ไม่ต่างจากการสั่นสะเทือนร่วมกัน
ระหว่างจิตสามนึกกับจิตใต้สำนึกนั่นล่ะ
ถ้าจิตสามนึกสั่นสะเทือนด้านบวก
จิตใต้สำนึกก็จะสั่นสะเทือนเป็นบวกตาม
ถ้าจิตสามนึกสั่นสะเทือนด้านลบ
จิตใต้สำนึกก็จะสั่นสะเทือนเป็นลบตาม
ดังนั้น ในยุคปัจจุบัน
ซึ่งเป็นปลายยุคพลังงานเก่านี้
เป็นยุคที่จิตสามนึกโดยรวมของมนุษย์
สั่นสะเทือนค่อนไปในทางต่ำมาก
ต่ำจนเข้าหาความเป็นสัตว์ประจำโลก
เข้าไปทุกทีๆแล้วนี้
จึงยังผลให้จิตสำนึกของดาวโลก
พลอยตกต่ำย่ำแย่ตามไปด้วย
เมื่อใดที่จิตสามนึกมนุษย์ค่อนไปทางต่ำ
การกระทำใดๆของมนุษย์ที่กระทำต่อกัน
มันก็จะเป็นพฤติกรรมก้าวล่วงกันทั้งสิ้น
พฤติกรรมก้าวล่วงคือเบียดเบียนทำร้าย
ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เสียประโยชน์
เสียหน้า เสียใจ หรือ เสียชีวิตนั่นเอง
ดาวโลกเสรีนี้ก็เช่นกัน
เมื่อจิตสามนึกมนุษย์ตกต่ำ
จิตสำนึกของดาวโลกก็จะตกต่ำลงด้วย
ซึ่งตัวบ่งชี้ว่าขณะนี้จิตสำนึกโลกตกต่ำ
คือการเกิดภัยพิบัติรุนแรงขึ้นถี่ขึ้นทุกที
จนทั่วทุกภูมิภาคของแผ่นดินโลก
ดังคำกล่าวของเราที่ว่า
ถ้ายุคใดที่จิตสามนึกมนุษย์ตกต่ำ
มนุษย์ต้องทำสงครามกับภัยพิบัติเสมอ
ท่านทั้งหลายจะเห็นได้ว่า
ทุกวันนี้...นับวันสังคมชาวโลก
จะทำผิดคิดร้ายต่อกันมากขึ้น
จะทำทุศีลแบบไม่กลัวบาปง่ายขึ้น
ขณะที่โลกก็เกิดภัยพิบัติแบบต่างๆ
ที่รุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น ขยายพื้นที่มากขึ้น
จนคร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้วตั้งมากมาย
ทำลายทรัพย์สินมนุษย์แล้วนับไม่ถ้วน
มนุษย์กับโลกจึงขาดกันไม่ได้
มนุษย์พึ่งพาโลกให้เป็นที่เหยียบยืน
ถ้าไม่มีแผ่นดินโลกมนุษย์จะไร้ที่ยืน
จะไม่มีที่วางศีรษะของตนเลย
โลกก็พึ่งพามนุษย์ให้ช่วยเหวี่ยงหมุน
ถ้าโลกไม่หมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ดาวโลกดวงนี้ก็จะเสียสมดุลทันที
มนุษย์ใช้พลังความรักที่มีต่อกัน
เป็นดั่งเชื้อเพลิงในการจุดระเบิด
แกนแม่เหล็กโลกในใจกลางโลก
ที่ทำด้วยออกซิเจนเหลวบริสุทธิ์ 100%
ซึ่งเป็นก้อนกลมที่มีขนาดใหญ่มาก
มีลักษณะเหนียวหนืดคล้ายตังเม
ความรักจากจิตมนุษย์ที่มีต่อกันนั้น
จะถูกเหวี่ยงออกมาภายนอก
ในรูปของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ประมาณ 1 % เท่านั้นที่จะแทรกตัวลงไป
ทำปฏิกริยานิวเคลียร์ (Nuclear Fission)
กับอะตอมของธาตุออกซิเจนที่แกนโลก
ในแบบปฏิกริยาลูกโซ่ (Chain Reaction)
โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นที่แกนโลก
เฉพาะด้านที่เป็นกลางวัน
ซึ่งเป็นยามตื่นของมนุษย์โลกเท่านั้น
จึงยังผลให้แกนโลกระเบิดด้านเดียว
เพราะความเหนียวหนืดของแกนโลก
จึงทำให้แกนแม่เหล็กโลกบิดตัวได้
เมื่อด้านที่เคยมืดเปลี่ยนเป็นกลางวัน
ด้านที่เป็นกลางวันจะเปลี่ยนเป็นกลางคืน
ทุกชีวิตจะพากันหลับไหลนิ่งสงบ
ส่วนมนุษย์อีกซีกหนึ่งของโลกก็จะตื่น
เพื่อทำหน้าที่ให้ความรักของตนต่อกัน
แล้วแบ่งปัน 1% ให้แกนโลกแทน
แกนโลกอีกด้านหนึ่งก็จะระเบิดแทน
การบิดตัวของแกนโลกด้านนี้
จะสอดรับกับการบิดตัวของอีกด้านหนึ่ง
โดยเป็นเช่นนี้เรื่อยไปไม่รู้สิ้นสุด
โลกจึงเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองได้จนบัดนี้
มนุษย์ทุกวันนี้
รักกันไม่ได้ ให้กันไม่เป็น
ไม่รู้จักว่าความรักบริสุทธิ์นั้นคือการให้
โดยไม่คาดหวังสิ่งใดตอบแทน
ไม่รู้จักว่าความรัก
คือการอดทน อดกลั้น ให้อภัย
คือความมีจิตใจเมตตากรุณาต่อผู้อื่น
มนุษย์จึงผลิตพลังงานให้โลกไม่ได้
ทำให้ดาวโลกเกิดการเสียสมดุลขึ้น
เพราะแกนโลกมีการระเบิดน้อย
แรงสั่นสะเทือนด้านบวกจึงมีน้อย
หมายถึงจิตสำนึกโลกตกต่ำนั่นเอง
ภัยพิบัติจึงเกิดขึ้นมากมายดังที่เป็นอยู่
ขณะที่โลกถึงกาลสิ้นยุคพลังงานเก่า
ได้เวลาที่จิตวิญญาณพวกท่าน
อาสาเข้ามาทำหน้าที่ผลิตรักให้โลก
ครบ 60,000 ปีโลกแล้วด้วย
จึงเป็นคาบเวลาสุดท้ายที่จะเปลี่ยนยุค
ซึ่งพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
พระผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งในจักรวาล
จักต้องจัดระบบองค์กรโลกนี้ใหม่
สร้างสมดุลใหม่ในสองมิติ
เพื่อยกระดับปรับสมดุลโลกให้สูงขึ้น
ให้เหมาะที่จะเป็นโลกยุคพลังงานใหม่
ที่จะมีพลังอำนาจมากกว่าเดิม 2 เท่า
ดังนั้น
ภัยพิบัติอันเกิดจากมนุษย์โลกทำเอง
กับภัยพิบัติอันเกิดจากการชำระโลก
เพื่อยกระดับปรับสมดุลดังกล่าวนี้
มันจึงมาสอดคล้องต้องกันพอดี
เราจึงเตือนท่านทั้งหลายมาตลอดว่า
ความรักแท้ของพวกท่านเท่านั้น
ที่จะช่วยให้ภัยพิบัติลดทอนลงได้
ทั้งความรุนแรงและความถี่ของการเกิด
ขณะเดียวกันเรายังเตือนท่านด้วยว่า
ขยะพลังงานจิตที่เป็นกิเลสตัณหา
เช่น ความโกรธ ความโลภ ความงมงาย
ซึ่งเป็นอารมณ์ขยะรายวันทั้งหลาย
มันจะเป็นตัวเร่งให้เกิดภัยพิบัติแรงขึ้น
เราจึงเตือนท่านทั้งหลายด้วยว่า
ถ้าท่านทั้งหลายยังจำผู้ที่เคยกล่าวไว้ว่า
เมื่อพระบิดาพิพากษาโลกจะกลับมา
จะมาพาเจ้าสาวที่ถือตะเกียงรอ
เข้าสู่ประตูเรือนหอ คือ ด่านนภาลัย
ก็จงรับรู้ด้วยว่าเรามาแล้ว
เราเคยกล่าวว่า
เราจะกลับมาตะโกนร้องเรียกหา
ประดาแกะของเราที่เราเคยดูแล
ซึ่งขณะนี้กำลังหลงทางอยู่
ถ้าตัวไหนจำเสียงเจ้าของแกะได้
ก็ให้รีบกลับมาเข้าคอกเสียโดยไว
จงรับรู้ไว้เถิดว่า
นี่เป็นเสียงเพรียกจากเราเองใช่ใครอื่น
เรายังเคยกล่าวว่าเราจะกลับมา
ในวันที่พระบิดาทรงพิพากษาโลก
พร้อมทีมเท็คนิกจากพระบิดา
เพื่อมาช่วยกัน "คัดปลา" ขึ้นจากน้ำ
คัดปลาตัวที่ไม่เคยเป็นแกะของเรา
แต่เป็นปลาที่จะถูกคัดไว้ในความรอด
คัดนำขึ้นเรือเพื่อให้ชีวิตใหม่ต่อไป
ทั้งหมดที่เรากล่าวมาเป็นความจริง
ทุกสิ่งที่กล่าวไว้ในอดีตล้วนเป็นสัจจะ
เราจึงกลับมาทำหน้าที่ตามสัจจะที่ให้ไว้
ถ้าท่านทั้งหลายพร้อมรักษาสัจจะ
ก็จงหันหน้าเข้ามาหาเรา
แต่มิใช่หันมาเพื่อประโยชน์แห่งเรา
จงหันมาเพื่อเอาประโยชน์จากเราเถิด
ก่อนประตูแห่งโอกาสบานนี้จะถูกปิด
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
23-07-2017