วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

มรรควิถีแห่งจิตจักรวาล




พี่น้องที่รัก  แห่งเราทั้งหลาย
อันมรรควิถีแห่งจิตจักรวาล
ที่จะนำพาท่านมุ่งสู่แดนพระนิพพานนั้น
โดยทุกลมหายใจเข้าออกในยามจิตตื่น
ท่านสามารถสั่นสะเทือนจิตตปัญญา
เพื่อสามสิ่งที่กล่าวนี้ได้
ด้วยการครองดวงแก้ว 2 ดวงไว้ให้มั่น
คือ "มหาสติ" กับ "ปณิธานแห่งนิพพาน"
เพื่อการเริ่มที่จิตสัมฤทธิ์ที่กาย
ในบทบาทของมนุษย์แห่งโลกเสรี
โดยมิพักต้องมีลีลาอุตริพิสดารใดๆทั้งสิ้น
*แม้ร่างกายภายนอกของท่าน
จะแต่งองค์ทรงเครื่องรูปแบบไหน
ให้แลดูงามสง่าน่าเลื่อมใสในความขลัง
แต่ถ้าท่านยังไม่สามารถเข้าถึง
การแต่งจิตใจข้างในตนเองได้แล้ว
ตัวท่านก็คงไม่ต่างจากผลมะเดื่อที่แลดูดี
แต่มีแมลงหวี่เข้าไปอยู่ข้างใน
รอวันจะเน่าสลายไปในที่สุดนั่นแหละ
*แม้ว่าตัวท่านจะขนย้ายตนเอง
ออกจากบ้านที่ในเมือง
เพื่อปลีกหนีความวุ่นวาย
หลบมุมไปอยู่ในพงไพรพนา
ซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติแห่งขุนเขา
กับราวป่าอันรื่นรมย์สงบเย็น
เพื่อบอกตนเองว่าไป "ปฏิบัติธรรม"
แต่ถ้าท่านยังมิอาจเข้าถึง
การชำระจิตใจให้ใสสวยได้
แม้ไปอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมสวยๆชั่วคราว
มันก็เป็นประโยชน์ต่อการชำระจิตท่านไม่ได้
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
การบวชที่แท้จริงนั้นต้องบวชที่จิตมิใช่ที่กาย
ดังนั้น
การปฏิบัติธรรมแท้จริงจึงปฏิบัติที่บ้านก็ได้
ถ้าหมายถึงการมุ่งชำระจิตใจให้ใสสวย
โดยอาศัยบุตรบริวารในครอบครัว
ช่วยเป็นครูผู้ออกแบบ
บททดสอบสภาวะจิตรายวันให้แก่ท่าน
ทดสอบการละวางโทสะ
ทดสอบการละวางโลภะ
ทดสอบการละวางโมหะ
ทดสอบความอดทน อดกลั้น ให้อภัย
ทดสอบความฉลาดทางปัญญา
ทดสอบความเป็นอุเบกขา
ในบริบทของ "ตนเป็นที่พึ่งตนเอง"
ไม่พึ่งป่า ไม่พึ่งขุนเขาแวดล้อม
ไม่พึ่งพิธีกรรม ไม่พึ่งความงมงาย
ไม่พึ่งเจ้าลัทธิทั้งหลาย
โดยให้เน้นที่การพึ่งจิตตปัญญาของตนเอง
ไม่หนีครอบครัว ไม่หนีสังคม
ไม่หนีปัญหา ไม่หนีความรับผิดชอบ
ไม่หนีความทุกข์ยากแร้นแค้น
แม้จะเป็นการชั่วคราวก็ตาม
ด้วยการเสมือนโทษสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ว่า
เป็นตัวการให้จิตใจท่านไม่ใสสวย
หากปลีกตัวออกไปเสียได้จิตใจจะเป็นสุข
ซึ่งท่านเองก็พบความจริงแล้วว่า
มันมิใช่อย่างที่ท่านคิด
อยู่ที่ไหนก็ทุกข์ใจได้เสมอ
ถ้าจิตใจท่านมันไม่สงบ
เชื่อเถอะ....เปลี่ยนวิธีคิด
วิถีชีวิตท่านจะเปลี่ยน
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
18-07-2017

วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การสะกดจิต




ตอบคำถาม: Nui Diamond
************
กราบพระบาทพระบิดา 
กราบท่านอาจารย์ 

ลูกได้ดูทีวีรายการหนึ่ง
ที่สัมภาษณ์ชายคนหนึ่งที่มีประวัติ
การใช้ชีวิตที่เหลวแหลก 
กินเหล้า เล่นการพนันจนมีหนี้สิน 
ทั้งๆที่ตัวเองก็ได้รับความทุกข์ใจในสมัยเด็ก 
เนื่องจากพ่อทุบตีแม่ของเขาบ่อยๆ 
แต่เขากลับทำตามอย่างที่พ่อทำ 
คือเขาทำร้ายทุบตีภรรยาทุกคนที่อยู่ด้วย 
ครอบครัวแตกแยก 

จนกระทั่งเขาได้ไปอบรมที่ใช้วิธีสะกดจิต 
ณ ขณะที่จิตอยู่ในภวังค์ 
เขาได้คำตอบว่าทำไมพ่อจึงทุบตีแม่ 
และทำไมแม่จึงทิ้งเขาไป 

หลังจากอบรม เขาเปลี่ยนความประพฤติ 
ขยันทำมาหากิน เลิกเหล้าและการพนัน 
ไม่ทำร้ายภรรยา ปัจจุบันเขามีชีวิตที่มีความสุข 
จึงนำการสะกดจิตมาสอนคน
โดยไม่คิดค่าตอบแทน 
เพื่อให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น 
รวมทั้งสอนเด็กๆตามโรงเรียนด้วย 

ขอเรียนถามท่านอาจารย์ว่า
Question 1
*************
#การสะกดจิต
เป็นการสั่งจิตใต้สำนึกใช่หรือไม่คะ

Answer
*********
การสะกดจิตมี 2 แบบ คือ
การสะกดจิตตนเอง กับคนอื่นเป็นผู้กระทำ

#การสะกดจิต
เป็นการใช้พลังอำนาจจิตที่เหนือกว่า
เข้าควบคุมจิตหยาบให้ตกอยู่ในภวังค์
หรือให้อยู่ในสภาวะขาดสติชั่วคราว
เพื่อใช้พลังจิตที่เหนือกว่านั้น
ติดต่อสื่อสารกับ "เมอร์คขะบาห์"
ที่ท่านทั้งหลายเรียกว่า 
#จิตใต้สำนึก นั่นเอง

เพราะถ้าจิตหยาบยังรู้สติอยู่
นักสะกดจิตก็จะไม่สามารถ
ติดต่อกับจิตวิญญาณผ่านจิตใต้สำนึกได้
การสะกดจิตจึงเป็นการทำให้จิตหยาบ
เกิดอาการ "ไร้สติ" เหมือนเลื่อนลอย
หรืออยู่ในสภาวะจิตที่อ่อนแอชั่วคราว

เมื่อสามารถข้ามผ่านจิตหยาบ
หรือ "จิตสามนึก" เข้าไปได้แล้ว
นักสะกดจิตก็จะสื่อสารกับจิตวิญญาณ
ของผู้ที่ถูกสะกดจิตนั้นได้
โดยผู้ทำหน้าที่ตอบคำถามที่อยากรู้
ก็คือ "พลียะเดี้ยนส์" ของผู้ถูกสะกด
มิใช่จิตวิญญาณที่เป็นแก่นแท้หรอก
เขาจะเล่าให้ฟังด้วยการตอบคำถามนั้นๆ
เท่าที่สามารถจะเปิดกรรมตนเอง
ให้พวกนักสะกดจิตรู้จะได้บอกต่อ
คนที่ถูกสะกดว่าอะไรเป็นอะไ

ถามว่า
ทำไม "พลียะเดี้ยนส์" จึงยอมเปิดเผย
บุรพกรรมของตนให้ได้รู้
ก็เพราะเหตุว่าพลียะเดี้ยนส
ซึ่งเป็นเสมือนพระพี่เลี้ยงของแก่นแท้นั้น
ปรารถนาจะกลับบ้านหรือนิพพานมาก
ถ้าแก้กรรมไม่หมดบททดสอบไม่ผ่าน
วัฏฏสังสารก็มิอาจสิ้นสุด
จิตวิญญาณของตนก็จักหลุดพ้นไม่ได้

ดังนั้น
การสะกดจิตจึงมิใช่การสั่งจิตใต้สำนึก
แต่เป็นการสร้างสัมพันธ์กับจิตใต้สำนึก
โดยมีพลียะเดี้ยนส์ของคนๆนั้นเป็นสื่อ

เพราะพลียะเดี้ยนส์
เป็นตัวแทนของแก่นแท้ของมนุษย์
ส่วนจิตใต้สำนึกก็เป็นที่เก็บรหัสกรรม
ของจิตวิญญาณของมนุษย์นั่นแหละ

Question 2.
*************
หากการสั่งจิตใต้สำนึกอย่างกรณีชายผู้นี้
เพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีเป็นดีนั้น
สมควรทำหรือไม่คะ 
มีข้อดี ข้อเสียอย่างไรคะ

Answer:
*********
1.เราตอบแล้วว่าการสะกดจิต
มิใช่การสั่งจิตใต้สำนึก

2.การที่พลียะเดี้ยนส์ของผู้ถูกสะกดจิต
บอกความลับเบื้องหลังมิติโล
ซึ่งเป็นบุรพกรรมทำบาปของจิตวิญญาณ
ให้นักสะกดจิตและเจ้าตัวผู้ถูกสะกดรู้แล้ว
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงนิสัยแก้ไขสันดาน
ที่เคยกระทำผิดบาปไว้เมื่อในอดีตชาติ
มันมิได้เกิดจากการเข้าไปสั่งจิตใต้สำนึก
ของคนๆนั้นโดยอำนาจของนักสะกดจิต
เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรอก
มันเป็นไปไม่ได้พันเปอร์เซ็นต์

แท้แล้วการสะกดจิตก็ทำเพื่อสื่อกับแก่นแท้
ให้ได้รู้แน่ๆว่าคนๆนั้น "ติดกรรม" อะไรอยู่
เมื่อเจ้าตัวผู้นั้นโดยจิตหยาบรู้ความจริงเข้า
ก็จะรีบเปลี่ยนแปลงแก้ไขตนเองทันที

เพราะจิตหยาบเป็นตัวแทนของแก่นแท้
ความผิดบาปของจิตวิญญาณในอดีตชาติ
#จิตหยาบ จึงต้องรับผิดชอบแทนทุกเรื่อง
ด้วยการคิดใหม่ทำใหม่ตัดสินใจให้ถูกต้อง
บาปกรรมนั้นๆจากอดีตจึงจะเป็นโมฆะได้

พระบิดาทรงอนุญาตให้มนุษย์บางคน
ได้พบเจอนักสะกดจิตเพื่อกรณีเช่นนี้ได้
เมื่อทรงเห็นว่าถึงเวลาที่เขาพึงได้รับโอกาส
เพราะเขาได้รับบทเรียนโลกกรณีกรรมนั้น
มานานเนิ่นพอสมควรแก่กาลแลกรรมแล้ว

3.นักสะกดจิตผู้สามารถหามิได้ง่ายๆหรอก
เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ
ท่านไม่ต้องรอโอกาส
ท่านไม่ต้องรอนักสะกดจิตหรอ

ถ้าปรารถนาจะใช้จิตมนุษย์ของตนเอง
ช่วยเหลือจิตวิญญาณของท่านให้สิ้นกรรม
ก็ให้ท่านปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันให้ได้
ตามที่เราจะกล่าวไว้ดังต่อไปนี้

1) รักคนที่ทำตนไม่น่ารักให้ได
2) ให้อภัยกับทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข
3) คิดก่อนที่จะพูดจะทำทุกสิ่งกับทุกคน
ว่ามันถูกครบ 6 ถูกตาม #ปริญญาโมเดล มั้ย
คือ ถูกคน ถูกที่ ถูกวิธี ถูกเวลา ถูกต้อง
และ ถูกใจทั้งเขาและเรามั้ย?

ถ้าผิดข้อใดข้อหนึ่งในหกข้อนี้
ก็อย่าพูดอย่าทำเด็ดขาด
ท่านจะสอบตกบททดสอบจิตสามนึกทันที

การสอบตกนี่แหละ...คือ "ติดกรรม"
ถ้าติดกรรมจิตวิญญาณท่านก็ยังติดภารกิจ
ถ้ายังติดภารกิจตายไปก็ต้องกลับมาใหม่
เพื่อใช้โอกาสจัดการภารกิจนั้นให้เสร็จสิ้น
มิเช่นนั้นแล้วอายุยืนนานก็นิพพานไม่ได้

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
17-07-2017

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ ทรงโปรดเวไนย (ภาค 9)




#พระบิดาทรงโปรดเวไนย
***************************
พี่น้องที่รัก  แห่งเราทั้งหลาย
ในพระนามแห่งองค์จิตจักรวาล
เราจะขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

การที่ท่านปรารถนาจะเป็นคนด
ด้วยการพยายามประพฤติดีนั้นชอบแล้ว
แต่การประพฤติดีของท่าน
#มันต้องดีแบบไม่โง่ไม่งมงายด้วย

เพราะการทำความดีงาม
โดยไม่รู้ว่าที่มันดีนั้นดีอย่างไร
ได้แต่ทำไปตามที่เขาสอนสั่งกันมาว่าดี
มิได้ทำความดีด้วยความมีสำนึก
ในผิดบาปดีชั่วด้วยสติปัญญาของตัวเอง
ก็ยังจะเป็นคนดีที่แท้จริง
บนเส้นทางนักสู้เพื่อการรู้แจ้งไม่ได้
ก็ยังจะบรรลุมรรคผลสูงสุดไม่ได้

แม้จะเคร่งครัดถือศีลจนวันตาย
จิตวิญญาณของท่านก็ยังกลับบ้านไม่ได้
เพราะยังไม่ผ่านการเรียนรู้บทเรียนโลก
ด้วยการสั่นสะเทือนทางจิตตปัญญา
ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานของจิตสามนึก
ร่วมกับสมองสองซีกให้เป็นนั่นแหละ

 ตัวอย่างเช่น
เมื่อเจ้าลัทธิสั่งการเอาไว้ว่า....
#ห้ามกินไข่ไก่นะเพราะว่ามันบาป

ท่านสาวกก็เลยไม่กินตามที่เขาสั่งห้าม
โดยไม่เคยคิดต่อเพื่อถามเหตุผล
จากคนที่ออกคำสั่งตั้งกฎกติกาเลยว่า
ทำไมเขาจึงห้ามสาวกกินไข่
มันผิดบาปจนไม่ควรกินเพราะอะไร
แถมยังเชื่อตามอย่างเคร่งเครียด
พอเห็นใครเขากินไข่ไก่
ก็ตั้งแง่รังเกียจคนอื่นเขาอีกต่างหากด้วย

พอถูกคนนอกลัทธิถามกลับว่า
ทำไมลัทธิเธอเจ้าลัทธิห้ามกินไข่ไก่
สาวกเองก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้
ได้แต่อ้างว่า #รับธรรมะจากเบื้องบน มา

เราถามจริงๆเถอะเธอ
เธอน่ะรับธรรมะจากเบื้องบน
หรือรับปากกับเจ้าลัทธิของเธอกันแน่
เพราะถ้า #รับธรรมะ ต้องรับจากเบื้องบน
แล้วเธอเชื่อได้ไงว่าเบื้องบนสั่งมาจริง
แต่ถ้า #รับปาก ก็แค่รับกับเจ้าลัทธิ
ผู้เดินดินกินข้าวแกง ณ เบื้องล่างนี่เอง
เธอจะเชื่อตามเจ้าลัทธิแล้วยึดติด
จนลืมหยิบปัญญามาพิจารณาไม่ได้

มันกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าก็ตรงที่
พอถูกถามว่า "กินไข่" ไม่ได้เพราะอะไร
สาวกหลายท่านก็เอาความคิดส่วนตัว
มาโฆษณาชวนเชื่อให้คนทำดี
ด้วยการงดเว้นการกินไข่เสียทันที
คำตอบชวนเชื่อมีว่าดั่งนี้

1.ห้ามกินไข่ไก่
เพราะว่าไก่มันไข่ออกมาไง
เมื่อไข่ออกมาจากไก่ที่มีชีวิต
ไข่ย่อมมีชีวิตด้วยจึงห้ามกินไข่
เพราะเป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

นี่มันเป็นตรรกะของเธอ
ที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย

เราไม่ทราบว่าคนที่เชื่อแบบนี้น่ะ
จะรู้บ้างมั้ยว่าไข่ในท้องตลาด
มันเป็นไข่ลมที่ตัวเมียมิได้ยุ่งกับตัวผู้
มันเป็นไข่สดจากฟาร์ม
เอามาฟักเป็นลูกไก่ไม่ได้
เก็บไว้นานก็เน่าเสีย

ดังนั้น
การกินไข่ไก่จึงมิได้ตัดรอนชีวิตไก่
จึงมิได้ผิดในพันธะสัญญา 6 ข้อ
ที่ให้ไว้กับพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ตั้งแต่ชาติแรกที่เธอ
ได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว

2.ห้ามกินไข่ไก่
เพราะว่าไข่ไก่มันมีกลิ่นคา

นี่ก็เป็นตรรกะที่ไม่ฉลาดอีกแหละ
เพราะเธอไปหลงติดกับคำว่า #คาว
โดยมองว่าของที่คาวๆเป็นสิ่งมีชีวิต
ซึ่งเป็นความหลงผิดอย่างยิ่

เธอต้องเปิดโลกทัศน์เสียหน่อยว่า
สรรพสิ่งใดก็ตามที่มีองค์ประกอบ
เป็นสารจำพวกโปรตีนอยู่มาก
มันจะมีคุณสมบัติเหมือนกันคือ #คาว
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสัตว์หรือพืชก็ตาม

ดังนั้น
ต่อไปจงอย่าเอาเรื่องห้ามกินไข่
เพราะมันมีกลิ่นคาวมาอ้างอีกนะ

สาหร่ายเกาหลีหรือญี่ปุ่นหลายชนิด
เช่น สาหร่ายวากาเมะในน้ำซุปเต้าหู้
มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากจากทะเล
ก็มีกลิ่นค้าว...คาว แต่อะร้อย..อร่อย
คนกินเจหรือมังสะวิรัติก็กินได้ใช่ไหม

นี่มันเป็นตรรกะของเธอ
ที่ไม่ฉลาดอีกนะแหละ

3.ห้ามกินไข่ไก่
เพราะสงสารไก่เป็นที่ยิ่ง
เธอตอบว่าเหตุผลที่เมตตาสงสารไก่
เนื่องจากคิด (เอาเอง) ว่า
เวลามันออกไข่แล้วมันเจ็บตู
เขาก็เลยห้ามกินไข่ไก่...อิอิ
นี่...จะคิดมากไปหรือเปล่าเธอ

แท้จริงแล้วไก่เป็นสาวทุกตั
เขามีหน้าที่ต้องเบ่งเพื่อออกไข่
เมื่อเขาถึงวัยเจริญพันธุ์ทั้งนั้น
ส่วนจะมีไก่หนุ่มตัวไหนที่ใจดี
มาปล่อยน้ำเชื้อผสมให้หรือไม่
ไก่สาวเขาก็จะออกไข่แทบทุกวัน

มนุษย์ผู้หญิงก็เหมือนกัน
พอถึงวัยเจริญพันธุ์มดลูกก็ตกไข่
จะมีผู้ชายสักคนเป็นของตนเองรึไม่
หน้าที่มดลูกของเธอก็ต้องตกไข่อยู่ดี
ถ้ายังไม่มีใครมาร่วมกระบวนการ
สร้างชีวิตใหม่กับเธอเมื่อตกไข่แล้ว
ไข่ก็จะตกออกมาเป็นประจำทุกเดือน

สัตว์ทุกตัวรวมทั้งคนด้วย
ถ้าเกิดการเจ็บปวดขึ้นมา
ก็จะส่งเสียงร้องครวญคราง
บางครั้งก็มีอาการทุรนทุรายแถมด้วย
เธอเคยไปนั่งดูตอนไก่ไข่มั้ยล่ะ
มีใครเคยพบเห็นไก้ร้องครวญคราง
ทุรนทุรายอย่างทรมานตอนไข่ตกมั้ย

นี่มันเป็นตรรกะที่ไม่ฉลาดอีกแล้วล่ะ

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย

การที่พระอาจารย์เจ้าสำนักของท่าน
สั่งสอนไว้เมื่อราวๆสี่ร้อยกว่าปีว่า
อย่ากินไข่นะจะผิดบาป
เพราะไก่โบราณเขาเลี้ยงกันตามบ้าน
โดยปล่อยให้มันอยู่อย่างอิสระ
การกินไข่ของพวกเขาจึงไม่สมควร
เพราะไข่บางฟองอาจได้รับน้ำเชื้อตัวผู้
ที่พร้อมต่อการฟักออกมาเป็นตัวแล้ว

สมัยนั้นมีฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่เสียที่ไหนล่ะ
เขาจึงห้ามเอาไว้เพราะเสี่ยงต่อผิดบาป
ถ้ารับธรรมะจากเบื้องบนได้จริง
ใยไม่ถามเบื้องบนเองล่ะว่า
ยุคสมัยนี้กินไข่ได้หรือไม่

ในต่างยุคต่างสมัย
อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงได้

เพราะการยึดติดปิดกั้น
ไม่เปิดกว้าง ไม่ยอมใช้ปัญญานี่แหละ
ทั้งคนทั้งสำนักจึงเสื่อม
เพราะได้แต่เกลียดกลัวการเปลี่ยนแปลง

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
16-07-2017

"ปรารถนาจะให้มีตอนต่อไป
ของเรื่องนี้กันมั้ย"