
#ตอบคำถาม:
คุณ Dhamrongsak Raja
Question 2.
การจดจำพระบิดาได้
มีความหมายว่าอย่างไรครับ
Answer:
การจดจำพระบิดาได้มีนัยความหมายดังนี้
1.ยอมรับความจริงว่า
ตนเองนั้นมีจิตวิญญาณเร้นอยู่ข้างใน
2.ยอมรับความจริงว่าจิตวิญญาณของตน
คือ ตัวตนแก่นแท้ที่เป็นรูปธรรมทางพลังงาน
ผู้ขันอาสาข้ามมิติเข้ามาเกิดเป็นคน 2 มิติ
คือ มิติทางกายภาพกับมิติทางพลังงาน
เพื่อทำหน้าที่ #คนตนเองในสองมิติ ดังกล่าว
ให้เป็น 1 เดียวกันให้สำเร็จให้จงได้
ผลสำเร็จจากการ "คน" ของท่านก็คือ
การยกระดับตนเองสู่การเป็น "#มนุษย์
เพื่อทำหน้าที่ตามพันธะสัญญา 6
ตามที่ได้ให้ไว้ต่อองค์จิตจักรวาล
ในบทบาทของมนุษย์แห่งโลกเสรีนี้
3.ยอมรับความจริงว่า
จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่านนั้น
เป็นรูปธรรมทางพลังงานที่สมดุลในตนเอง
มีรูปธรรมเป็นรูปทรงเรขาคณิต 6 เหลี่ยมมุม
แต่ละมุมอยู่บนเส้นรอบวงของวงกลมเดียวกัน
ซึ่งเหวี่ยงหมุนรอบจุดศูนย์กลางตลอดเวลา
ด้วยอัตราเร็วคงที่และต่อเนื่อง
โดยต้องยอมรับความจริงด้วยว่า
จิตวิญญาณของท่านนั้น
จะถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเองไม่ได้
ต้องมีพระผู้ให้กำเนิดซึ่งเป็นเหตุแห่งการเกิด
อีกทั้งจิตวิญญาณของท่าน
จะข้ามมิติเข้ามาเกิดยังโลกเสรีนี้เองไม่ได้
จักต้องมีผู้อนุญาตให้ท่านเข้ามา
ซึ่งผู้ที่ทรงอนุญาตให้ท่านมาเกิดก็คือพระบิดา
4.ดังนั้น
ตัวชี้วัดว่าท่านจดจำพระบิดาได้
จึงมิใช่เป็นแค่เพียงตัวท่าน
ไม่ปฏิเสธพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ไม่ต่อต้านภารกิจของพระองค์
ที่ทรงมอบหมายให้เราเข้ามาปฏิบัติการแทน
ในพระนามของพระองค์เท่านั้น
แต่ท่านทั้งหลายจักต้อง "ยอมรับ"
ความจริงทั้ง 3 ประการ
ที่เรากล่าวไว้ข้างต้นนั้นด้วย
ท่านจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้หนึ่ง
ซึ่งจดจำพระบิดาได้
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-4-2017

#ตอบคำถาม:
คุณ Dhamrongsak Raja
Question 1.
คำว่า..กราบ "พระบาท" พระบิดา" นั้น
พระบาท(เท้า) เป็นคำที่ใช้เปรียบเปรย
เพื่อให้จิตมนุษย์อย่างเราพอที่จะเข้าใจได้
หรือว่าพระองค์มีพระบาทจริงๆครับ
Answer:
1.พระบิดาทรงเป็นมหาสุญตา
2.ทรงเป็นรูปธรรมทางพลังงานที่มีอัตตา
เป็นรูปทรงเรขาคณิต 12 เหลี่ยมมุม
ทรงมีคุณสมบัติทางพลังงานเป็นอนัตตา
3.ทรงเป็นทั้งพระผู้เริ่มต้น (พระผู้สร้าง)
และทรงเป็นพระผู้สิ้นสุดของทุกสรรพสิ่ง
โดยไม่ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายที่ทรงสร้างไว้
จะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือ ก๊าซ
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานะไปเช่นไร
ในที่สุดก็จะต้องกลับคืนสู่มิติของแก่นแท้
นั่นคือ ต้องกลับคืนสู่สถานะพลังงานดังเดิม
4.พลังงานที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะ
ของสรรพสิ่งทั้งหลายในเอกภพนี้
จะอยู่ในรูปของคลื่นพลังงานที่ไม่สมดุล
ซึ่งมันจะสั่นสะเทือนเคลื่อนไหลไปเรื่อยๆ
ในลักษณะของการเหวี่ยงหมุนม้วนตัว
เพื่อกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางของการหมุน
ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเกิดของมันทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้เอง
จุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง
จึงเป็นจุดเดียวกัน
จุดที่ว่านี้ก็คือพระบิดาแห่งเราทั้งหลายนั่นเอง
อันหมายถึงองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่
อันหมายถึงพระผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์นิรันดร
อันหมายถึงพระผู้เป็นเจ้าหรือพระผู้สร้าง
อันหมายถึงองค์เยโฮวา
อันหมายถึงองค์อัลเลาะฮ์
5.ดังนั้น
เพราะพระองค์ทรงเป็นมหาสุญตา
พระองค์ทรงเป็นตัวตนแก่นแท้ของแก่นแท้
ในทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดสร้างไว้
พระองค์จึงไม่มีอัตตารูปลักษณ์ทางกายภาพ
เหมือนสรรพสิ่งใดๆที่ทรงให้กำเนิดไว้
พระองค์จึงทรงเป็นดั่งดวงสุริยะบนฟ้าไกล
ที่สัมผัสได้เพียงแสงสว่างกับไออุ่น
ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความรักของพระองค์เท่านั้น
คำว่า "กราบพระบาท"
เป็นเพียงการสื่อความหมายให้บุตรมนุษย์
ที่ยังติดชินอยู่กับการคิดด้วยจิตมนุษย์
ที่ยังคิดอยู่ในกรอบของการเป็นมนุษย์
ได้ใช้ประโยชน์จากจินตมายาของตน
เข้าถึงพระบิดาแห่งจิตวิญญาณกันง่ายขึ้น
นอกจากนั้น...สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า
เป็นเพราะเราต้องการจะให้ท่านเรียนรู้ว่า
1.พระบิดาและสรรพสิ่งใดที่เป็นอนัตตา
ล้วนสามารถที่จะสร้างสรรพสิ่งที่มีอัตตา
ขี้นมาได้ทั้งสิ้น
2.สรรพสิ่งที่เป็น "อนัตตา" ก็มี "อัตตา"
3.อัตตาของสรรพสิ่งที่เป็นอนัตตา
ก็ล้วนเป็น "มายา" ที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-4-2017

ตอบคำถาม: คุณAnothai Bunjong
Question 3:
การระลึกถึงอดีตพระพุทธทั้งหลาย
จะเป็นการทำสามเหลี่ยมด้วยหรือไม่?
Answer:
1.การทำสามเหลี่ยม
ในมิติทางจิตวิญญาณนั้น
จะต้องประกอบด้วย 3 มุม
จึงจะเรียกว่าสามเหลี่ยมได้
2.นอกจากจะต้องมีมุมครบองค์สามแล้ว
มุมทั้งสองด้านซึ่งเป็นฐานของสามเหลี่ยมนั้น
จักต้องมีพลังอำนาจสูงพอ
ที่จะเหนี่ยวรั้งระหว่างกันและกันไว้
และทั้งสองมุมด้านฐานสามเหลี่ยมที่ว่านี้
ยังต้องเหนี่ยวรั้งมุมยอดของสามเหลี่ยม
อย่างมั่นคงได้อีกต่างหากด้วย
การทำสามเหลี่ยมนั้นจึงจะสมดุลได้
3.พลังอำนาจการเหนี่ยวรั้งของมุมทั้งสาม
เพื่อสร้างสามเหลี่ยมที่สมดุลนั้น
จักต้องอาศัยพลังแห่งความศรัทธามั่น
ที่มุมทั้งสามพึงมีต่อกันอย่างมั่นคง
ตัวอย่างเช่น
การทำสามเหลี่ยมกับพระบิดา
พระองค์ย่อมต้องเป็นยอดของสามเหลี่ยม
โดยมีจิตวิญญาณของท่านบนโลก
กับตัวตนภาคแรกของท่านในแดนสุญตา
เป็นมุมทั้งสองของส่วนฐานของ 3 เหลี่ยม
แต่สามเหลี่ยมที่ว่านี้
มนุษย์โลกเสรีจะมิอาจสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ
เพราะเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ คือ
*ประการแรก:
ถ้าจิตวิญญาณแก่นแท้ของพวกท่าน
ยังเข้าถึงพลังอำนาจสูงสุดของตนไม่ได้
เพราะจิตหยาบของท่าน
ยังตกเป็นทาสของกิเลสตัณหาราคะอยู่
การเหนี่ยวรั้งระหว่างตนเองกับผู้อื่นไว้
ในมิติทางพลังงานด้านของจิตวิญญาณ
ก็มิอาจจะเกิดขึ้นได้
จิตวิญญาณของท่านจะมีสภาพ
ไม่ต่างกับแม่เหล็กที่ไร้อำนาจแม่เหล็ก
มันจะเป็นได้แค่เพียงเหล็กแท่งหนึ่งเท่านั้น
*ประการที่สอง:
ถ้าจิตหยาบของท่านซึ่งเป็นตัวแทนแก่นแท้
ยังจำตัวตนภาคแรกที่สูงส่งของตนเอง
ซึ่งดำรงอยู่ในแดนสุญตากันไม่ได้
เพราะถ้าท่านจำไม่ได้มันก็จะยังผลให้
การปรารถนานิพพานของท่านไม่เป็นผล
เพราะเป้าหมายแห่งนิพพานของท่าน
มิใช่เป็นเพียง "การหลุดพ้น" เท่านั้น
แต่ดวงจิตธรรมญาณของท่านทุกคน
จักต้องกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกัน
กับตัวตนภาคแรกที่รอคอยอยู่
ในแดนสุญตาด้วย
ถ้าท่านจำได้และเข้าใจนัยแห่งอนุตรธรรม
ตามที่เรากล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายนี้
พลังความศรัทธาของท่านจักบังเกิด
จนก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่ท่านจะต้องใช้
เพื่อการเหนี่ยวรั้งกับตัวตนภาคแรก
ที่ดำรงอยู่ในดินแดนอันไกลโพ้นเอาไว้ได้
มุมทั้งสองของสามเหลี่ยมรูปนี้
จึงจะปรากฏเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้
*ประการที่สาม:
มันขึ้นอยู่กับว่าท่านจำพระบิดา
ผู้ให้กำเนิดดวงจิตธรรมญาณท่านได้หรือไม่
ท่านยังปฏิเสธพระองค์ที่ใครๆเรียกว่าพระเจ้า
ซึ่งเราถวายพระนามว่า "จิตจักรวาล" หรือเปล่า
นอกจากต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงมีอยู่จริงแล้ว
ท่านเองยังต้องมีความปรารถนา
ที่จะกลับไปกราบพระบาทพระองค์ที่ทรงรออยู่
เมื่อท่านสามารถหลุดพ้นออกไปได้อีกด้วย
มุมยอดของสามเหลี่ยมรูปนี้
จึงจะปรากฏเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้
4.ในการสื่อพระโอวาททุกครั้งที่ผ่านมา
พระบิดาได้ทรงอนุญาตให้ท่านทั้งหลาย
ทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาผ่านมาทางเรา
เพราะทรงทราบความบกพร่องของพวกท่าน
ในประการที่สองที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่น
เพื่อให้เราทำหน้าที่
เป็นมุมหนึ่งของ 3 เหลี่ยม
แทนตัวตนภาคแรกของท่าน
ที่ดำรงอยู่ในแดนสุญตานั่นเอง
อีกทั้งเน้นให้ท่านชำระจิตใจให้ใสสวย
ในชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัดด้วย
เพื่อให้จิตวิญญาณของท่านมีพลังเหนี่ยวรั้ง
อีกสองมุมของสามเหลี่ยมด้วยตัวท่านเอง
เพราะถ้าแก่นแท้คือตัวท่าน
บ่มิไก๊คือไม่เอาไหนไม่เอาถ่าน
โดยเป็นเหมือนแม่เหล็กที่เสื่อมสภาพแล้ว
การทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาของท่าน
ก็จะล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าแน่นอน
เมื่อทำสามเหลี่ยมกับพระบิดาไม่ได้หรือไม่ทำ
ท่านก็จะนำพาจิตวิญญาณของท่าน
กลับคืนสู่แดนสุญตาไม่ได้
เพราะท่านขาดการเชื่อมโยงกับพระองค์
เปรียบได้กับโลกมนุษย์เป็นก้นบ่อน้ำลึก
ถ้าท่านจะปีนป่ายให้พ้นขึ้นมาจากบ่อ
ที่เปรียบเสมือนแดนสุญตาแล้ว
องค์จิตจักรวาลทรงรอท่านอยู่ที่ปากบ่อ
พร้อมส่งเชือกลงมาให้ด้วยพระหัตถ์
ตัวท่านเองมีหน้าที่เพียงจับเชือกเส้นนั้น
เพื่อเหนี่ยวรั้งเชือกจากพระหัตถ์พระบิดา
ด้วยความรักและศรัทธาเชื่อมั่นในพระองค์
แล้วดึงตัวเองขึ้นไปยังปากบ่อที่ทรงรออยู่
ท่านจึงจะหลุดพ้นออกไปจากบ่อน้ำลึกนี้ได้
*นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่า
ทำไมรูปธรรมที่นิพพานได้ในกาลอดีต
มือสองข้างทั้งสิบนิ้วของเรา
จึงยังคงมีนิ้วที่เหลือให้นับอยู่อีกหลายนิ้ว
5.เราขอกล่าวต่อท่านทั้งหลายว่า
การระลึกถึงอดีตพระพุทธทั้งหลาย
จะเป็นการทำสามเหลี่ยมด้วยหรือไม่นั้น
ให้ท่านย้อนกลับขึ้นไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่
เพื่อพิจารณาดูว่าคุณสมบัติของท่าน
สอดคล้องกันกับที่เรากล่าวไว้หรือไม่
กล่าวคือ
พลังทางจิตวิญญาณของท่านสูงพอรึยัง
ท่านปรารถนาจะหลุดพ้นแท้จริงหรือไม่
ท่านจำตัวตนภาคแรกของตนได้หรือเปล่า
ท่านเข้าใจวิธีการทำสามเหลี่ยมแล้วหรือยัง
ท่านลืมพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ที่ทรงรอคอยท่านกลับบ้านอยู่หรือเปล่า
ทั้งหมดที่เรากล่าวมานี้
คือ คำตอบที่ท่านต้องรู้
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-4-2017