วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ท่านทราบรึไม่ว่า





เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

1.เมื่อ #จิตวิญญาณ ผู้เป็นแก่นแท้ของท่าน
เดินทางข้ามมิติมาสู่การเกิดเป็นมนุษย์
ด้วยการเข้าปฏิสนธิทางวิญญา
กับเครื่องยนต์แห่งกรรมที่ถูกสร้างขึ้น
ภายในครรภ์ของมารดาแล้วนั้น

จิตวิญญาณของท่าน
จะแบ่งภาคทางพลังงานออกมาส่วนหนึ่ง
เพื่อให้ทำหน้าที่แทนตนเอง
ในการควบคุมดูแลและสั่งการ
เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา
กระทั่งคลอดออกมาตราบจนเติบใหญ่
ไปจนถึงวันจบสิ้นอายุขัย

2.ตัวแทนของแก่นแท้ผู้ได้รับมอบอำนาจนี้
พวกท่านทั้งหลายเรียกว่า #จิตหยาบ
ส่วนจิตวิญญาณเองนั้น
จะลดบทบาทตัวเองลงเหลือแค่เพียง
ทำหน้าที่เป็นเสมือน "แบตเตอรี่"
ที่จะคอยให้พลังงานไฟฟ้า
หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์แห่งกรรม
หรือกายหยาบเท่านั้น

ซึ่งหน้าที่ของจิตวิญญาณในส่วนนี้
ไม่ต่างจากแบตเตอรี่รถยนต์
ถ้ารถยนต์ไม่มีแบตเตอรี่ก็จะติดเครื่องไม่ได้
เมื่อติดเครื่องไม่ได้รถยนต์คันนั้น
ก็จะใช้งานไม่ได้ที่เรียกว่า "รถตาย"

พวกท่านก็เช่นกัน
ถ้าไม่มีจิตวิญญาณมาปฏิสนธิ
เครื่องยนต์แห่งกรรมก็มีชีวิตไม่ได้

ถ้ามีชีวิตอยู่ดีๆแล้วจิตวิญญาณดับ
คือละออกจากกายหยาบกระทันหั
เครื่องยนต์แห่งกรรมของท่านผู้นั้นก็ "ตาย"
มันไม่ต่างกันหรอก

3.ดังนั้น
จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่าน
จึงทำหน้าที่เปรียบเสมือนเจ้าของรถยนต์
ที่มักจะนั่งเบาะหลังเสมอ
ส่วน "จิตหยาบ" จึงเสมือนเป็นคนขับรถ
ที่จะต้องดูแลเครื่องยนต์แห่งกรรม
หรือกายหยาบรูปธรรมมนุษย์อย่างดีที่สุด

อีกทั้งต้องขับรถคันนี้ไปไหนๆ
ตามที่เจ้าของรถหรือเจ้านายต้องการเท่านั้น
จะขับรถไปเฉี่ยวชนใคร
จะขับไปตกหลุมตกท่อเพราะประมาท
จะขับปรู๊ดปร๊าดทำหวาดเสียวไม่ได้ทั้งสิ้น

จิตหยาบจะต้องรู้ว่า
จิตวิญญาณของตนต้องการให้ทำอะไรบ้าง
ไม่ต้องการให้ทำสิ่งใดบ้างในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่ทำตัวลอยไปลอยมา
ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจตนเอง

มิหนำซ้ำยังปฏิเสธ
การมีจิตวิญญาณของตนอีกต่างหากด้วย

4.ด้วยเหตุนี้เอง
จิตหยาบจึงต้องรู้ว่าจิตวิญญาณมาเกิด
เพื่อมอบความรักหรือพลังงานด้านบวกให้โลก
จิตหยาบจะสั่นสะเทือนเป็นกิเลสตัณหาไม่ได้
เพราะมันจะผลิตพลังลบออกมา
จนทำให้เมฆฟ้าสกปรกด้วยประจุลบ
ซึ่งเป็นพลังงานที่โลกไม่ต้องการ

แน่นอนว่าจิตหยาบนั้น
จะต้อง #หมุนธรรมจักร ในตนเองให้สำเร็จให้ได้
การมาเกิดของจิตวิญญาณของพวกท่านทุกคน
จึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ทางจิตวิญญาณ

เอเมน สาธุ
กราบพระบาทพระบิดา

ป.วิสุทธิปัญญา
29-10-2016

ท่านทราบหรือไม่ว่า


 
 
 
 
 
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
#สาเหตุแห่งทุกข์
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตท่านนั้น
ส่วนใหญ่แล้วเกิดจาก "ความเห็นแก่ตัว" ทั้งสิ้น

ไม่เป็นเพราะใครคนนั้นมีความเห็นแก่ตัว
ก็ตัวท่านเองด้วยนั่นแหละที่เห็นแก่ตัว
ซึ่งพฤติกรรมการเห็นแก่ตัวนี้ส่วนใหญ่แล้ว
มักจะแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะความเคยตัว

#ตัวอย่างการเห็นแก่ตัว
แล้วทำให้เกิดทุกข์...มีพอสังเขปดังนี้

1.มักคิดแต่จะ "หาประโยชน์" จากคนอื่น
แต่ไม่เคยคิดที่จะ "ให้ประโยชน์" แก่คนอื่น

2.มักคิดแต่จะให้คนอื่นทำดีกับตนเองก่อน
แต่ไม่เคยคิดที่จะทำดีกับคนอื่นก่อน

3.ต้องการให้คนอื่นไม่ถือโทษโกรธแค้น
ในความผิดบาปที่ตนเองกระทำ
แต่กลับไม่ยินยอมที่จะให้อภัยผู้อื่น
ที่กระทำผิดบาปต่อตนเอง

4.มักจดจำความผิดพลาด
หรือผิดบาปของคนอื่นไว้
ตราบนานแสนนาน

แต่ตนเองนั้นมักจะจดจำ
ความดีงามของคนอื่นไม่ได้

5.มักชอบมองคนอื่นในแง่ลบ
แต่กลับไม่ชอบให้ใครคิดลบต่อตนเอง

6.คนอื่นพูดผิดหูก็โกรธเพราะหาว่าล่วงเกิน
แต่ทีตนเองพูดล่วงเกินคนอื่นเขา
ก็กลับบอกว่า "มิได้ตั้งใจ"

เรายืนยันต่อท่านทั้งหลายว่
พฤติกรรมเหล่านี้
เป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งสิ้น
หากท่านปรารถนาความสงบสุข
ก็จงละเลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสีย

ถ้าท่านเอาแต่แสวงหาประโยชน์จากคนอื่น
โอกาสที่ท่านจะเบียดเบียนผู้อื่นให้เกิดทุกข์
ก็จะมีสูงยิ่ง...สูงยิ่ง.....
โอกาสที่ท่านจะไม่สมหวังเพราะถูกปฏิเสธ
ทำให้ท่านเกิดทุกข์จะมีสูงยิ่ง...สูงยิ่ง

ถ้าท่านรอให้คนอื่นทำดีกับท่านก่อน
โอกาสที่ท่านจะผิดหวังจนเกิดทุกข์ก็มีสูงยิ่ง
เพราะพวกเขาก็รอให้ท่านทำดีกับเขาก่อนเช่นกัน

ถ้าท่านไม่ยอมให้อภัยคนอื่นท่านก็จะทุกข์
ถ้าท่านต้องการให้คนอื่นให้อภัยท่านบ้าง
ท่านก็จะมีโอกาสทุกข์สูงยิ่งเพราะไม่สมหวัง

ถ้าท่านเอาแต่จำความไม่ดีงามของคนอื่นไว้
ตัวท่านก็มีโอกาสทุกข์ สูงยิ่ง...สูงยิ่ง....
จึงไม่รู้ว่าจะไปจดจำมันทำไ

ถ้าท่านอยากให้คนอื่น
จำความดีงามของท่านไว้
แล้วลืมความไม่ดีของท่านไปให้หมด
โอกาสที่ท่านจะผิดหวังจนเกิดทุกข์ก็มีสูงยิ่ง
เพราะพวกเขาส่วนใหญ่
ใครๆก็มีนิสัยเคยตัวแบบเดียวกับท่านไงล่ะ

ดังนั้น
มิใช่แค่เพียงละวางความทุกข์ไม่ได้
ถ้าหากท่านยังละเลิกความเห็นแก่ตัว
ในลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ไม่ได้
ท่านทั้งหลายก็จะยัง "นิพพานดิบ" ไม่ได้

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
3-11-2016

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การหมุนธรรมจักร มันเป็นหน้าที่ ของเราทุกคน






พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

การมาเกิดเป็นมนุษย์โลกเสรี
ของจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายนั้น
ท่านจะไม่สามารถบรรลุใน #พันธะสัญญา6
เพื่อผลิตสร้างพลังงานความรักมอบให้โลก
ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ด้วยเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ซึ่งพวกท่านเรียกว่า "กายหยาบ" ได้เลย
ถ้าท่าน "หมุนธรรมจักรในตนเอง" ไม่เป็น

หลักการหมุนธรรมจักรในตนเอง
ที่ท่านต้องรู้มีดังนี้

1.จิตหยาบ คือ ตัวท่านจะต้องรู้ว่า
ตนเองนั้นยังมีจิตวิญญาณอยู่ข้างใน

ไม่ต่างจากการที่ท่านเป็น "คนขับรถ"
ซึ่งจะต้องสำนึกเสมอว่าท่านมิใช่ "เจ้าของรถ"
ขณะรับหน้าที่ขับรถอยู่นั้น
ท่านจะต้องแคร์ความรู้สึกนึกคิดต้องการ
ของเจ้าของรถของท่านเสมอว่า

เจ้าของรถต้องการให้ท่าน
ปฏิบัติต่อรถอย่างไร

ต้องการให้ท่านปฏิบัติต่อเจ้าของรถ
ซึ่งโดยสารอยู่เบาะหลังอย่างไร

ต้องการให้ท่านขับรถแบบไหน
ต้องการให้ท่านขับรถผ่านไปในทิศทางใด
ต้องการให้ท่านพาไปส่งยังปลายทางที่ไหน

เมื่อท่านมีสำนึกรู้ได้เช่นว่านี้แล้ว
การแสดงบทบาทในการเป็นมนุษย์ของท่าน
มันก็จะไม่สะเปะสะปะผิดเพี้ยนไปได้อีกแล้ว

2.ดังนั้น
หน้าที่ของท่านโดยจิตหยาบก็คือ
ท่านต้องเรียนรู้ที่จะยกระดับจิตหยาบ
ให้เป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของท่านให้ได้

มันยกระดับง่ายมากเลย
เพียงแค่ท่าน "สั่นสะเทือน" จิตหยาบ
ให้เข้าถึงคุณสมบัติของจิตวิญญาณ
ในการดำเนินชีวิตประจำวันให้ได้เท่านั้นเอง

ซึ่งท่านทั้งหลายจะมีผู้คนรอบข้าง
มาคอยช่วยเหลือท่านตั้งแต่เช้ายันค่ำ
โดยมาสร้างเงื่อนไขด้านลบประเภท
"กวนตา กวนตัว กวนประสาท กวนใจ"
เหมือนหมายจะยั่วยุให้ท่าน
เกิดอาการจิตตกหรือเสียสมดุลนั่นแหละ

เพียงแค่ท่านมีมหาสติเข้าไว
ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสการยั่วยุ
จิตท่านนิ่งสงบได้โดยไม่สั่นไหวไปทางต่ำ
ทั้งยังสามารถทำ 2 อย่างได้ดี คือ

รักได้ ให้อภัยเป็น
และฉลาดใช้ปัญญา
เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานั้นๆให้ลุล่วงได้
โดยไม่ต่อสู้ ไม่ตอบโต้ และไม่ต่อต้าน
ด้วยการใช้อารมณ์ด้านลบ

นี่ก็เป็นการ #หมุนธรรมจักรในตนเอง ได้แล้ว

3.นอกจากนั้นในชีวิตประจำวันของท่าน
จะต้องไม่ตกเป็นทาสการยั่วยุของสิ่งเร้า
ที่ผ่านเข้ามาทางอายตนะภายนอกทั้งห้า
แล้วเกิดความอยาก-ไม่อยาก

เพราะความอยากเป็นตัณหา
ตัณหาจะนำพาท่าน
ไปคนละทางกับจิตวิญญาณของท่านเอง
มันจะพาท่านไปสู่ทะเลแห่งโลกียะ
ที่ท่านเรียกว่า "ออกทะเล" ไปโน่นเลย

ทะเลแห่งโลกียะที่ว่านี้
มันจะเต็มไปด้วยคลื่นลบรุนแรงมาก
อันประกอบด้วยโทสะ โลภะ และโมหะ
ใครตกอยู่ท่ามกลางคลื่นลบเหล่านี้
จะหาทางออกมายากมาก

วิธีที่จะป้องกันตนเองมิให้ลื่นไหลออกทะเล
มีเพียงวิธีการเดียวเท่านั้นก็คือ
ท่านจักต้อง #แทรกแซง
กระบวนการของขันธ์ 5 เท่านั้น
อย่าปล่อยให้มันเป็นไปในแบบที่คุ้นเคย
ในลักษณะของ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
โดยท่านต้องดับที่ "เวทนา" อย่าให้มันเกิด
ถ้าทำได้ "ธรรมจักร" ก็จะบังเกิด

เอเมน สาธุ
กราบพระบาทพระบิดา

ป.วิสุทธิปัญญา
30-10-2016