วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

กฎแห่งกรรม ของผู้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์







จิตจักรวาลอ่านกรรม
*********************
เราได้กล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย
ในเรื่องกฎแห่งกรรม
แบบที่ 1,2,3,4,5,6,7 และ 8 ไปแล้ว

เรายังมีความรู้เรื่อง "เวรกรรม"
อันอาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน
ในการสำนึกผิดด้วยจิตหยาบ
สำนึกบาปด้วยจิตวิญญาณ
ในผลกรรมแบบที่ 9 ให้ท่านรู้อีกว่า....

หากท่านทั้งหลายใช้ความสังเกต
จะพบว่าในช่วงปลายยุคพลังงานเก่านี้
มีผู้คนฆ่าตัวตายทำร้ายตนเองมากขึ้น
โดยมีวิธีการต่างๆหลากหลาย
แต่หนึ่งในหลายวิธีที่ว่านั้น
ก็คือการ "แขวนคอ" ตนเอง

ตามปกติแล้วคนที่มีสติสัมปชัญญะดี
จะมีความรักตัวกลัวตายด้วยกันทุกคน
แต่ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ฆ่าตัวตาย
ทำเหมือนว่าไม่รักตนเองและไม่กลัว
ทั้งๆที่การแขวนคอตัวเองนั้น
ก่อนสิ้นลมหายใจตายมันสุดแสนทรมาน

นี่ย่อมแสดงว่า....
ตอนที่กำลังจะฆ่าตัวตายอยู่นั้น
เขาขาดสติสัมปชัญญะไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้าหากจะถามต่อไปอีกว่า
เขาขาดสติสัมปชัญญะไปเพราะอะไร
คำตอบเดียวก็คือเพราะเขา"ทุกข์ใจมาก"

ถ้าถามต่ออีกว่า
เขาทุกข์ใจมากเพราะอะไร
คำตอบก็คือเพราะเขาประสบปัญหาชีวิต
ที่เป็นปัญหาพิเศษมิใช่ปัญหาธรรมดา
โดยอาจเป็นปัญหาซ้อนปัญหา
หรือเป็นปัญหาที่ยากแก่การแก้ไข
หรือเป็นปัญหาที่ยากต่อการตัดสินใจ
หรือเป็นปัญหาที่รวมไว้ทั้งสามอย่าง
โอ้....ว้าววว.....

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
คนที่ตกอยู่ในเงื่อนไขชีวิตแบบนี้
คือคนที่มีเหตุให้เครียดอย่างรุนแรง
คือคนที่มีเหตุให้ถูกกดดันทางประสาท
เพื่อให้จิตหยาบหรือจิตปัจจุบัน
เกิดภาวะขาดสติชั่วคราวหรือชั่ววูบ
ตามบทเรียนโลกที่จิตวิญญาณกำหนดไว้

บทเรียนโลกของจิตวิญญาณบทนี้
ต้องอาศัยการขาดสติหรือไร้สำนึก
เป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ชิ้นสำคัญ
เพราะขณะใดที่จิตหยาบไร้สำนึก
จิตวิญญาณของคนผู้นั้นก็จะเข้าแทรกแซง
เพื่อทำหน้าที่แทนชั่วคราวทันที

ถ้าจิตวิญญาณนั้นถือรหัสแขวนคอตาย
ติดตัวมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้ด้วยแล้ว
การแขวนคอตายเสมือนไม่กลัวตาย
การแขวนคอตายเสมือนไม่รักตัวเอง
ก็จะถูกขับเคลื่อนการกระทำทันที
ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่าอารมณ์ชั่ววูบนั่นแหละ

เพราะการขาดสติสัมปชัญญะ
ขาดสำนึกรู้ดีชั่วและความผิดบาป
ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
ขาดการใช้ปัญญาไตร่ตรอง
ขาดการยับยั้งชั่งใจ
เขาจึงทำร้ายตนเองได้อย่างใจดำ

ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ว่า
ถ้าหากตัวเขาจะ "ยุติกรรม" เรื่องนี้ได้
เขาจักต้องเรียนรู้ที่จะมีสำนึกแก้ไข
ข้อบกพร่องทั้ง 5 ประการที่กล่าวนั้นเสีย

เนื่องจากในชาติอดีตที่ผ่านมา
เขาเป็นผู้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ให้เสียหาย
เขาทำให้ผู้บริสุทธิ์
ต้องตรอมตรมใจต้องทุกข์ใจ
ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั้นก็รู้ดีอยู่ว่า
คนที่ตนทำร้ายน่ะเป็นผู้บริสุทธิ์

อาจเพราะขาดสติ
อาจเพราะไม่ใช้ปัญญา
อาจเพราะต้องการจะกลั่นแกล้ง
อาจเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง
อาจเพราะไม่เป็นตัวของตัวเอง

เงื่อนไขเหล่านี้ก็เป็นเหตุให้
เขาก่อกรรมเวรอันใหญ่หลวง
ด้วยการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ให้เสียหาย
ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ให้ทุกข์ใจได้แล้ว

ภพชาตินี้เขาจึงต้องกลับมาเรียนรู้
บทเรียนโลกที่เขาเคยทำผิดพลาด
ด้วยการแขวนคอตัวเองตายเพื่อเรียนรู้
อันเป็นการประจานตัวเองให้ได้อาย
ไปในเวลาเดียวกันด้วย

แล้วจะมีใครช่วยให้เขาสำนึกได้
ทันเวลาที่เขาจะทำร้ายตัวเองกันมั้ย
คงยาก...เพราะคนเหล่านี้
มักจะปลีกวิเวกอยู่คนเดียว
ชอบเก็บตัวอยู่ตามลำพัง

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
8-3-2016

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความรู้เรื่องกฎแห่งกรรม:







ความรู้เรื่องกฎแห่งกรรม:

เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

ถ้า ก. กับ ข. เขาเกี่ยวกรรมกันมา
อันเกิดจากความอาฆาตโกรธแค้นกัน
พวกเขาจึงจูงมือกันมาเกิดใหม่ในชาตินี้
ด้วยการถือเอา "กรรมเดียวกัน" มาด้วย

พวกเขา 2 คนมาเพื่ออะไรน่ะหรือ
ก็มาเพื่อ "ร่วมกันแก้ไข" สิ่งผิดบาปของตน
ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์แบบเดิมๆ
ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันว่า
พวกเขาสองคนจะตัดสินใจอย่างไร
จึงจะสอบผ่านบททดสอบจิตสามนึกนั้นได้

สมมติว่า นาย ก.ในภพอดีตนั้น
เคยเป็นเจ้าเหนือหัวผู้ปกครองของชาติหนึ่ง
เป็นผู้ยกทัพไปตีบ้านเมืองของอีกชาติหนึ่ง
ซึ่งมีท่าน ข.เป็นเจ้าผู้ปกครองแผ่นดินนั้น
โดยทั้งสองชาติสองแผ่นดิน
ต่างก็เป็นเพื่อนบ้านกันเพราะอยู่ชิดติดกัน

ผลปรากฏว่าสงครามครั้งนั้น
กองทหารของผู้รุกราน
ที่แตกพ่ายตายไปก็มากมาย
ที่รอดตายถูกจับตัวไว้เป็นเชลยก็ไม่น้อย

แม่ทัพฝ่ายผู้รุกราน คือ นาย ก.
ซึ่งเป็นผู้แพ้ต้องถูกจับตัดหัว
ตามกฏของการศึกสงครามในยุคนั้น
ฝ่ายภรรยาของนาย ก.
ก็ถูกจับตัวไว้เป็นเชลย

ส่วนทรัพย์สมบัติมากมายที่ นาย ก.มี
ก็ถูกฝ่ายผู้ชนะยึดริบเอามา
เป็นสินสงครามจนหมดสิ้น

ด้านลูกสาวคนสวยคนหนึ่ง
ก็ถูกจับตัวมาเป็นภรรยา
ของแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งของ ท่าน ข.
โดยแม่ทัพใหญ่คนนี้แหละ
ที่บัญชาการรบจนเอาชนะ
กองทัพผู้รุกรานฝ่าย นาย ก.ได้

ด้วยการเกี่ยวกรรมกันมาของสองฝ่าย
คือ ฝ่ายนาย ก.ผู้แพ้พ่าย
กับฝ่าย ท่าน ข.ผู้ชนะฝ่ายรุกราน
จึงต่างต้องกลับมาสู่การเกิดใหม่ในชาตินี้
ด้วยแรงแห่งกรรมเวรที่หนุนนำ
แม้ฝ่าย ท่าน ข.จะทำผิดบาปเพียงเพื่อ
จะพิทักษ์แผ่นดินและประชาราษฎร์ก็ตาม

วงศ์ตระกูลชั้นสูงระดับเจ้าของ นาย ก.
อันประกอบด้วยเครือญาติทั้งหลาย
ที่ต้องตายไปจากการพ่ายสงครามนั้น
จึงล้วนเป็นผู้ที่ "เกี่ยวกรรม" กับ นาย ก.
ต่างพากันมาเกิดเป็นคน
บนแผ่นดินของศัตรูคู่อาฆาต
คือ แผ่นดินของท่าน ข.

เพื่อที่จะมาทวงเอาสมบัติของตนคืน
เพื่อที่จะมาสร้างความวุ่นวายไม่สงบสุข
เพื่อที่จะมาแก้แค้นด้วยวิธีต่างๆนานา

ปรากฏว่าฝ่าย นาย ก.
ได้มีพวกที่เคยเป็นไพร่พลที่ตายไป
และพวกที่เคยถูกจับมาเป็นเชลยในครั้งนั้น
ได้ติดตามมาเกิดเป็นคนชาติใหม่
ที่อยู่อาศัยบนแผ่นดิน ของท่าน ข.
เป็นจำนวนมากมายเลยทีเดียว
เราเรียกพวกเขาว่า "กลุ่ม ค." ก็แล้วกันนะ

คนเหล่านี้จึงเป็นผู้เกี่ยวกรรม
กับวงศ์วานว่านเครือของนาย ก.นั่นแหละ
เพราะถูกฆ่าและถูกจับเป็นเชลย
จึงย่อมต้องโกรธแค้นอาฆาตแน่นอน
พลังแค้นนี่เองที่เป็นแรงเหนี่ยวเกี่ยวกรรม
จนแกะไม่ออก จนแยกไม่ได้

ฝ่าย ท่าน ข.อันมีอดีตแม่ทัพใหญ่
ในฐานะตัวแทนของเจ้า
ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่ผู้แพ้อาฆาตไว้

เพราะเป็นเหตุให้ นาย ก.แพ้และถูกตัดหัว
เพราะจับภรรยา นาย ก.พร้อมยึดทรัพย์หมดสิ้น
เพราะยึดเอาลูกสาวสุดรักดั่งดอกไม้ของนาย ก.
มายกให้เป็นศรีภรรยาของแม่ทัพใหญ่
นับว่าแค้นนี้...หลายกระทงจริงๆ

ดังนั้น
ฝ่ายนาย ก.ทั้งวงศ์สกุล
ที่เปลี่ยนสัญชาติมาเกิดใหม่ในภพชาตินี้
โดยเกิดอยู่บนแผ่นดินของ ท่าน ข.นี่
ผู้ที่จะเข้าไปเกี่ยวกรรมกับพวกเขาด้วย
ก็น่าจะมีได้ดังต่อไปนี้

1.นาย ก.ต้นกรรมต้นเวรผู้พ่ายสงคราม
2.ภรรยาของ นาย ก.
3.ลูกสาวสุดเลิฟของ นาย ก.
4.แม่ทัพนายกองทหาร ของ นาย ก.
5.วงศาคณาญาติของ นาย ก.
6.อดีตไพร่พลทหารในกองทัพของ นาย ก.

ฝ่ายท่าน ข.ก็มีผู้ที่จะเข้าไปเกี่ยวกรรมด้วย
เพราะมันเป็นหน้าที่ก็น่าจะมีได้ดังนี้

1.ท่าน ข.ผู้ปกครองแผ่นดินที่ถูกรุกราน

2.แม่ทัพใหญ่ของท่าน ข.ผู้ชนะสงคราม
ซึ่งเป็นผู้สั่งลงโทษประหารชีวิตนาย ก.
ทั้งยังเป็นผู้จับภรรยานาย ก.มาเป็นเชลย
เป็นผู้นำลูกสาวนาย ก.มาเป็นภรรยา
เป็นผู้สั่งยึดทรัพย์ของครอบครัวนาย ก.

3.อดีตแม่ทัพนายกองลูกน้องแม่ทัพใหญ่
พร้อมพลทหารที่เคยสู้รบกับกองทัพนาย ก.
อย่างดุเดือดจนบาดเจ็บและเสียชีวิต

เราเล่าเบื้องหลังความเป็นมาคร่าวๆให้ท่านรู้
เพื่อให้ท่านเรียนรู้โดยทั่วกันว่า
การเกี่ยวกรรมกันในกรณีศึกษาที่เล่ามานี้
ฝ่ายใดมีใครบ้างที่จะต้องทำหน้าที่

ถ้าท่านมิได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเขา
ท่านยังจะนำพาตนเองไปเกี่ยวตะขอกรรม
กับพวกเขาให้เดือดร้อนอีกทำไม
ปล่อยให้คนที่เขามีหน้าที่เขาแสดงกันไป

ใครไม่เกี่ยวกรรมกับเขามา
ก็ทำหน้าที่อย่างเดียว คือ เรียนรู้
อย่าไปเลือกข้าง อย่ายุยงส่งเสริม
อย่าไปร่วมสร้างความแตกแยก
ทุกอย่างมันมีจุดจบของมันอยู่
เฝ้าดูอยู่ห่างๆจะดีกว่า

รักได้ ให้อภัยเป็น
ไม่ก้าวล่วงพวกเขา
เอาปณิธานแห่งนิพพานเป็นที่หมาย
ใช้มหาสติเป็นเครื่องมือ
แล้วทำเฉพาะหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เพียงเท่านี้...โอกาสหลุดพ้นก็ถูกเปิดแล้ว

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
7-3-2016

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

บทเรียน เรื่องหมากัดกัน






นักเรียนที่รักแห่งเราทั้งหลาย

ในสังคมพวกท่าน
มีเหตุการณ์เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น
ท่านจักต้องแยกให้ออกก่อนว่า
ไหนเรื่องของท่าน ไหนมันเรื่องคนอื่น

ถ้าไม่ใช่เรื่องของท่าน
ท่านก็ไม่มีหน้าที่อะไรจะต้องเข้าไปยุ่งด้วย
การเข้าไปยุ่งด้วย เช่น การเลือกข้าง
แล้วออกอาการบ้าคลั่ง
ไปตามอารมณ์ฝ่ายที่ท่านเลือกนั่นล่ะ

ท่านเป็นแค่คนดูแล้วเรียนรู้มัน
เพื่อเกี่ยวเก็บเอาไว้เป็นประสบการณ์
ปัญญาที่ใช้เรียนรู้นั้นจะเป็นความฉลาดขึ้น
มันจะเป็นรางวัลที่ท่านได้รับ

แต่ถ้าเข้าไปยุ่งด้วย
ท่านก็จะต้องไปเกี่ยวกรรมกับเขาทั้งสอง
ทั้งๆที่มิใช่หน้าที่มิใช่ธุระอะไรของท่านเลย

แต่ถ้ามันเป็นหน้าที่ของท่าน
ที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง
เช่น ชาติที่แล้วท่านเป็นพวกเดียวกันมา
เคยร่วมก่อกรรมเวรกันมา
ท่านจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
ก็คงไม่มีใครว่าเพราะมันเป็นหน้าที่จริงๆ
เป็นหน้าที่ๆจะเรียนรู้เพื่อการ "ยุติกรรม" นั้น
เลิกอาฆาตแค้นกัน
มิใช่แก้แค้นกันต่อไปอีก

ท่านดูภาพหมาสองตัวกัดกันสิ
ถ้าท่านไม่รู้จักว่าหมาสองตัวเป็นหมาใคร
ท่านจะเข้าไปยุ่งกับพวกมันมั้ย
โดยเลือกเข้าข้างหมาตัวใดตัวหนึ่ง
ด้วยการสงสารหมาตัวหนึ่ง
แล้วไล่ตีหมาอีกตัวหนึ่ง

หรือพยายามที่จะทำให้
พวกมันเลิกกัดกันสงบศึกกันเสีย

หรือได้แต่เรียนรู้เอาธรรมะจากหมา
ว่าการทะเลาะกันเหมือนหมานั้น
คือการสู้กันด้วยคมเขี้ยวก็บาดเจ็บทั้งคู่
เป็นมนุษย์มีปัญญาต้องใช้ปัญญา
คือ มีเหตุผลสู้กันจะเหมาะกว่าอารมณ์

เรียนรู้ดูไปสงสารพวกเขาไป
ถ้าไม่เข้าไปห้ามทัพ
ก็อย่าเข้าไปยุยงส่งเสริม

ถามเรามาว่าพระบิดาจะให้ท่านทำไง
คำตอบคือ ท่านเห็นหมากัดกัน
ท่านต้องบอกตนเองว่า
ท่านจะทำยังไงกับหมาสองตัวนั้นดี

ถ้าหมาสองตัวนั้นมิใช่หมาของท่าน
และมันกัดกันเองมิได้หันมากัดท่าน
ท่านเพียงแต่หนวกหู
รำคาญพวกมันเท่านั้น

พระบิดามิทรงเกี่ยวข้องด้วยหรอกนะ

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
5-3-2016