วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กระบวนการของกฎแห่งกรรม







เราจะกล่าวความจริงเรื่อง"เวรกรรม"ให้รู้ว่า
กระบวนการของกฎแห่งกรรมนั้น
เป็นกฎเกณฑ์ทางพลังงานด้านของจิต
ที่สัมพันธ์กับความจริงในมิติทางกายภาพ
ทั้งของโลกและจักรวาล
โดยมีจิตมนุษย์แต่ละคน
เป็นผู้เริ่มต้นหรือจุดเริ่มของการสั่นสะเทือน
จนทำให้เกิดคลื่นพลังงานกรรมนั้นขึ้นมา
ซึ่งเราเรียกมันว่า "กรรมเวร"
โดยมีสนามพลังงานของโลกและเอกภพ
เป็นสื่อกลางในการสั่นสะเทือนนี้
ซึ่งมันจะเริ่มต้นจากจิตของผู้ก่อ
แล้วขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
แบบคลื่นวงกลมอย่างต่อเนื่อง
จนกว่าจะไปถึงสุดชายขอบของเอกภพ
โดยมีสุดชายขอบของสนามพลังงาน
ที่มีรูปลักษณ์เป็นทรงรี
ที่เป็นเสมือนห้องทดลองขนาดใหญ่
ซึ่งพระบิดาทรงกำหนดสร้างขึ้นไว้
ที่เราเรียกว่า "เอกภพ" เป็นจุดวกกลับ
จุดวกกลับของคลื่นตรงชายขอบเอกภพนี้
คือ จุดที่คลื่นพลังงานกรรมของท่าน
เมื่อเดินทางไปกระทบกับมันเมื่อไหร่
คลื่นพลังงานกรรมนั้นก็จะสะท้อนกลับ
เพื่อย้อนคืนสู่ผู้เริ่มต้นการสั่นสะเทือน
อันหมายถึง "จิต" ก็คือตัวท่านนั่นเอง
ดังนั้น
ท่านหรือใครก็ตามเมื่อก่อกรรมเวรขึ้นมา
จากการสั่นสะเทือนทางจิตหรือมโนกรรม
นั่นเท่ากับว่าได้สร้างความสัมพันธ์กัน
ระหว่างตนเอง คู่กรรมคู่เวร โลกและเอกภพ
ต่อเบื้องพระพักตร์พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
ทางด้านลบที่เหลวไหลไปเรียบร้อยแล้ว
บุรพกรรมหรือวิบากกรรมที่ทำต่อตนเอง
พันธะสัญญากรรมหรือชะตากรรม
ที่กระทำไม่ถูกต้องต่อผู้อื่นจนเขาเสียสมดุล
ซึ่งเมื่อใครก่อมันขึ้นมาแล้ว
มีการสะท้อนย้อนกลับคืนสู่เจ้าของนี้
เราจะเรียกว่า "เวรกรรม"
เวรกรรม จึงหมายถึง "ผลกรรมด้านลบ"
ที่เราเรียกว่า "กรรมเวร" ของพวกท่าน
เมื่อได้ผลิตสร้างมันขึ้นมาแล้ว
ผู้สร้างมันขึ้นมาจักต้องมีหน้าที่ "รอเวลา"
เพื่อการรับกลับคืนสถานเดียว
ใครก่อใครทำกรรมเวรนั้นไว้
ใครคนนั้นนั่นแหละจักต้องรอรับผิดชอบ
ถ้าก่อกรรมด้านบวกหรือด้านดีไว้
แล้วหมายจะรับผลตอบแทน
โดยทำไป ร้องขอไป อธิษฐานไป
หรือก่อกรรมด้านลบที่ไม่ดีไว้
ก็จักต้องรอรับผลกรรมนั้นอยู่บนโลกนี้
หากโชคร้ายตายก่อนที่ผลกรรมจะมาถึง
ก็ต้องรีบย้อนกลับมาเกิดในภพชาติใหม่
เพื่อมารองรับผลกรรมบวกหรือลบ
ที่ตนได้ก่อเป็นผลกรรมขึ้นไว้เสมอ
ไม่ว่ากว่ามันจะย้อนกลับคืนมา
ต้องใช้เวลายาวนานปานใด
ท่านทั้งหลายก็ต้องรอ
การที่ท่านต้องรอรับผลกรรมของตนเอง
เป็นเวลายาวนานร่วมภพชาติ
เพราะคลื่นพลังงานกรรมของท่าน
จักต้องเคลื่อนที่เดินทางจากตัวท่าน
ผ่านสื่อกลางทางพลังงาน
ทั้งของโลกและเอกภพ
จนไปกระทบชายขอบจักรวาล
แล้วคลื่นนั้นต้องสะท้อนกลับมาสู่ท่าน
ต้องใช้เวลายาวนานก็เพราะว่า
เอกภพนี้มีขนาดใหญ่มากๆ
การเดินทางไปกลับของคลื่นพลังงาน
จึงจำต้องใช้เวลาทางกายภาพนานมาก
เราจึงจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย
เพื่อให้รู้และเข้าใจเสียให้ถูกต้องว่า
กระบวนการกฎแห่งกรรมดี-ชั่ว
ภายในจักรวาลนี้ของพระบิดานั้น
สัจธรรมความจริงด้าน "อภิปรัชญา"
มันต้องเป็นของมันเช่นนี้เอง
หากพวกท่านทำกรรมดีใดไว้แล้วร้องขอ
หรือพวกท่านทำกรรมชั่วใดไว้
แม้จะมิได้ร้องขอที่จะรับผลกรรมนั้น
ไม่ว่าตัวเราหรือใครคนอื่นๆ
จะมารับผลกรรมนั้นๆแทนกันไม่ได้
การเป็นผู้ไถ่บาปให้แก่พวกท่าน
เราจึงหมายถึงการชี้บุญชี้บาปแก่ท่าน
ไปตามความจริงที่เราเรียนรู้จากพระบิดา
เราจึงเป็นผู้กล่าวไปตามพระโอวาท
แห่งองค์จิตจักรวาล
เพราะเรามิสามารถรับโทษบาปแทนใครได้
แม้สี่ห้องใจแห่งเราจักปรารถนาก็ตาม
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
27-2-2016

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รักให้ได้ ให้ให้เป็น





เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ทุกคนในสังคมที่เกิดมา
ไม่มีใครทัดเทียมเสมอกันหมดไปเสียทุกเรื่อง
โดยเฉพาะด้านความสมบูรณ์พร้อม
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลาย
มีเหตุให้ต้องหันหน้าเข้าหากัน

เพื่อเรียนรู้ที่จะพึ่งพาอาศัยกัน
เพื่อเรียนรู้ที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน
ถ้าหากพวกท่านทำสำเร็จเมื่อไหร่
ก็จะได้ใช้พลังร่วมแห่งจิตสำนึกด้านบวก
ช่วยกันค้ำจุนโลกให้สมดุล
ผ่านการช่วยให้โลกหมุนรอบตัวเอง
อย่างต่อเนื่องในอัตราเร็วคงที่ได้ในที่สุด

ดังนั้น
หน้าที่ของพวกท่านก็คือ
การรักคนอื่นให้ได้
การให้คนอื่นเขาให้เป็น
ด้วยการให้ความรักที่ท่านมีอยู่แล้วที่ในใจ
ด้วยการให้สิ่งดีๆที่ท่านล้วนมีอยู่กับตน

ซึ่งหากมันเป็น "หน้าที่"
ต้องรักเพื่อให้แล้ว

สิ่งแรกเลยก็คือ...
ท่านต้องรักได้ให้เป็นกับทุกคน
มิใช่ให้จำเพาะแต่ญาติพี่น้องของตน
หรือให้จำเพาะเพื่อนบ้านที่ร่ำรวย
ที่ท่านหวังว่าเขาจะช่วยเหลือท่าน
กลับคืนมาบ้างในวันข้างหน้า

สิ่งที่สองก็คือ...
ท่านต้องรักได้ให้เป็นกับทุกคน
มิใช่ให้จำเพาะเพื่อนบ้านที่เขาดีต่อท่าน
เพราะการรักการให้มันเป็นหน้าที่
แม้ใครจะดีไม่ดีกับท่านก็ตา
ท่านก็มีหน้าที่จะต้อง
รักให้ได้ ให้เขาให้เป็นหรือให้อภัยเท่านั้น

สิ่งที่สามก็คือ...
ท่านต้องรักให้ได้กับทุกคน
โดยเฉพาะคนที่ท่านรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า
เขาไม่สามารถที่จะตอบแทนอะไรท่านได้
ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า
เพราะเขาเป็นคนยากไร้
เพราะเขาเป็นคนด้อยโอกาส
เพราะเขาเป็นคนพิการ
บุคคลเหล่านี้เพียงแค่ท่านตัดสินใจให้
ท่านก็มีความสุขจากการเป็นผู้ให้แล้ว

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
26-2-2016

ควมรักคือพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่








เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

คนส่วนใหญ่ปรารถนาที่จะมีอำนาจ
แต่พอมีอำนาจได้แล้ว
กลับใช้อำนาจที่มีอยู่นั้นไม่เป็น

การใช้อำนาจไม่เป็น
หมายถึง การนำเอาอำนาจนั้น
ไปใช้บงการผู้อื่น
ไปก้าวล่วงผู้อื่น
จนทำให้ผู้อื่นเสียสมดุล
ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ทั้งๆที่อำนาจซึ่งตนได้มาหรือว่ามีอยู่นั้น
ควรใช้กระทำที่ตนเองมากกว่า
จะไปเกี่ยวกรรมกับคนอื่น

ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า
หน้าที่หลักของทุกๆคนก็คือ
ต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลก
และทุกสรรพสิ่งเท่านั้น

โดยใช้อำนาจในตนเองเป็นเครื่องมือ
เช่น อำนาจที่จะรักคนที่ไม่น่ารักให้ได้
อำนาจที่จะให้อภัย
แก่คนที่ไม่น่าให้อภัยให้เป็น

กับอำนาจที่จะคิดด้วยปัญญาว่า
ท่านจะยอมรับคนบางคน
ที่คบยากได้อย่างไร เป็นต้น

นอกจากนั้น
ท่านยังต้องรู้อีกว่า
อำนาจใดที่ได้มา
จากการทำลายอำนาจของผู้อื่น
จากการฉกฉวยมาจากผู้อื่นนั้
มันเป็นเพียงอำนาจชั่วคราวไม่ยั่งยืน
เพราะคนอื่นที่เขาต้องเสียอำนาจให้ท่าน
จักต้องหาทางเอาคืนแน่นอน

ดังนั้น...
คนที่เป็นผู้นำคงต้องจดจำเอาไว้ว่า
นายที่จะประสบผลสำเร็จในการนำนั้น
จักต้องครองใจลูกน้องทุกคนได้
ลูกน้องทั้งหลายจักต้องยอมรับท่าน

เพราะว่าท่านใส่ใจ
ในทุกข์สุขของลูกน้องทุกคน

เพราะว่าท่านรู้จักรักรู้จักให้
มีน้ำใจโอบอ้อมเอื้อเฟื้อ เป็นต้น

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
26-2-2016