วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

กระบวนการของขันธ์ 5 คือ ธรรมจักร 1






เราจะกล่าวความจริงต่อไปอีกว่า
ปฏิบัติการของขันธ์ 5 คืออย่างไร

1.กระบวนการของขันธ์ 5 นั้นมี 2 ระดับ
โดยระดับต้นนั้นจะเป็นกระบวนการอัตโนมัติ
ที่กุมารน้อยตั้งแต่วัย 3 ขวบบริบูรณ์
ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการอัตโนมัตินี้ได้แล้ว
แต่จะยังเป็นกระบวนการที่ไม่สมบูรณ์

ท่านจะต้องรู้ว่าทุกๆคนที่เกิดมานั้น
แต่ละคนมีหน้าที่จะต้องเรียนรู้ให้ได้ว่า
ตนจะทำให้กระบวนการของขันธ์ 5
บรรลุผลโดยสมบูรณ์ได้อย่างไร

แน่นอนว่า
ท่านทั้งหลายจะต้องเข้าแทรกแซง
กระบวนการของขันธ์ 5
ในระบบอัตโนมัติที่ใช้กันมาตั้งแต่เด็กนั้นให้ได้

หากทำไม่สำเร็จแทรกแซงไม่ได้แล้ว
ชาตินี้ทั้งชาติจะถือว่าเสียชาติเกิดเลยเชียว

ที่กล่าวว่าเสียชาติเกิด
ก็เพราะท่าน "คน" ตนเองให้เป็น "มนุษย์"
ไม่ประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลวนั่นเอง

2.ด้วยเหตุนี้เอง
ในการมาเกิดเป็นมนุษย์ของทุกคน
ก็คือการมีหน้าที่ "คนตนเองให้เป็นมนุษย์"
ผ่านกระบวนการของขันธ์ 5 นี่แหละ

เพราะท่านเป็นคนสองมิติ
ถ้าท่านยกระดับจิตหยาบกับกายหยาบ
ให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับจิตวิญญาณ
ผู้เป็นแก่นแท้ของท่านในมิติทางพลังงานไม่ได้
ท่านก็เป็นผู้ที่จะถูกเรียกว่า "มนุษย์" ไม่ได้

ดังนั้น
ใครที่เสี้ยมสอนท่านทั้งหลายว่า
กระบวนการของขันธ์ 5
ท่านจะเข้าไปแทรกแซงยุ่งเกี่ยวไม่ได้นั้น
ถือเป็นการกล่าวสอนที่ผิดมหันต์
เพราะแท้แล้วมันคือ "หน้าที่" ที่ต้องทำต่างหาก

นอกจากนั้น
การที่หลายคนพยายามจะเข้าถึง
กระบวนการของขันธ์ 5
ในขณะเจริญสมาธิภาวนาด้วยวิธีหลับตาอยู่

แต่ก็ต้องไปติดแป๊กอยู่ที่ "เวทนา" และตัณหา
เพราะถูกมารพากันรุมทดสอบด้วย
และจากการที่ตนพยายามกระตุ้นตัวเอง
ด้วยการนำเอา "ความรู้สึก" ของตน
ที่เป็นอาการหนึ่งในขันธ์แห่งเวทนา
เที่ยวส่องดูเพื่อรับรู้อาการของจิตด้วย
ซึ่งเป็นวิธีที่เข้าใจผิดกันมานาน

จึงยังผลให้ผู้ใฝ่การหลุดพ้นทั้งหลาย
ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งหลาย
ล้วนไม่สามารถบรรลุมรรคผลกันได้เลย
เพราะยังคนตนเองผ่านการแทรกแซงขันธ์ 5
ให้เป็น "มนุษย์" ไม่ประสบผลสำเร็จ

3.เราจะเผยให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วยว่า
พระคำของพระศาสดาของท่าน
ที่ตรัสต่อปัญจวัคคีย์ผู้เป็นศิษย์เอกทั้งห้า
หลังราตรีที่ทรงบรรลุอนุตรธรรมแล้วว่า
สิ่งที่พระองค์ทรงตรัสว่า "รู้แล้ว" นั้นคืออะไร

สิ่งที่พระองค์ทรงล่วงรู้ก็คือความรู้ใหม่
โดยทรงรู้ว่าจิตวิญญาณ
ของผู้ที่ได้รับโอกาสให้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้น
มีหน้าที่แรกที่ทุกคนต้องทำให้สำเร็จก็คือ
ต้องรู้ "ธรรมจักรกัปวัตนสูตร"
อันหมายถึงต้องรู้กฎการหมุนธรรมจักรในตนเอง
เพื่อหมุนมันให้สำเร็จให้จงได้
ถ้าหมุนไม่ได้หรือไม่สำเร็จ
ก็เป็นมนุษย์ไม่ได้ดังกล่าวข้างต้นนั้น

พระองค์มิได้ทรงห้ามว่าอย่าเข้าไปยุ่ง
เพราะถ้าท่านทั้งหลายเป็นมนุษย์ไม่สำเร็จ
ท่านก็จะช่วยให้ดาวเคราะห์โลกดวงนี้
เหวี่ยงหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องไม่ได้
จะช่วยค้ำจุนโลกให้สมดุลตลอดไปไม่ได้

4.เมื่อท่านได้รู้ดั่งนี้แล้ว
ท่านคงปรารถนาที่จะเรียนรู้กันแล้วใช่มั้ยว่า
กระบวนการของขันธ์ 5
ที่ท่านมีหน้าที่ต้องแทรกแซงมันนั้น
ท่านต้องทำกันอย่างไร

โปรดติดตามตอนต่อไป
อีกสักครู่....

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-1-2016

กระบวนการของขันธ์ 5 คือ ธรรมจักร 2







ความจริงเรื่องขันธ์ 5 ยังมีอยู่อีกว่า
จิตวิญญาณผู้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้น
ตั้งแต่เป็นกุมารน้อยวัย 3 ขวบบริบูรณ์
ก็สามารถสร้างกระบวนการของขันธ์ 5
ในระบบอัตโนมัติได้แล้ว

การที่องค์จิตจักรวาล
ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของท่าน
ทรงกำหนดติดตั้งระบบอัตโนมัตินี้ไว้ให้ใช้

ก็เพื่อให้ผู้มาเกิดใหม่ผลิตสร้างพลังงานชีวิต
ให้แก่เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ที่ประกอบด้วยโครงสร้างทางชีววิทยา
อันมีกระบวนการทางไฟฟ้าเคมีในระบบเซล
และมีกระบวนการทางพลังงานในระบบจิต
ที่จะต้องสั่นสะเทือนร่วมกันในสองมิติ
โดยอาศัยพลังงานชีวิตเป็นพลังงานพื้นฐานได้

เพราะถ้าเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
ขาดพลังงานชีวิตที่จะต้องผลิตสร้าง
โดยสั่นสะเทือนผ่านกระบวนการของขันธ์ 5
ในระบบอัตโนมัติเป็นตัวขับเคลื่อนแล้ว
คนๆนั้นก็จะมิอาจมีชีวิตรอดต่อไปได้

กระบวนการของขันธ์ 5
ที่พระบิดาทรงติดตั้งเอาไว้ให้ใช้
ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัตินั้นมีขั้นตอนดังนี้

1.เมื่อกลไกอายตนะภายนอกทั้งห้า
และจิตหยาบเองที่เป็นอายตนะภายในด้วย
ถ้าอายตนะชิ้นใดมีการสัมผัสรู้ดูเห็นสรรพสิ่งหนึ่ง
อายตนะนั้นก็จะนำส่งข้อมูลที่ตนสัมผัสได้
ไปยัง "จิตหยาบ" ตรงตาที่สามเสมอ

2.เมื่อจิตหยาบได้รับข้อมูลที่อายตนะส่งมาให้แล้ว
ก็จะสั่นสะเทือนเป็น "การรับรู้รูป" ขึ้นมาทันที

ซึ่งการที่จิตจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรนั้น
จิตของท่านจะต้องไปเอาคำตอบมาจาก "สัญญา"
แต่ถ้าจิตยังไม่รู้เพราะไม่เคยมีประสบการณ์
จิตก็จะทำหน้าที่เรียนรู้ความรู้ใหม่นั้น
แล้วนำความรู้ใหม่ที่ได้ไปบันทึกไว้ใน "สัญญา"

ขั้นตอนนี้ คือ การเกิด "รูป"
จากการผัสสะของกลไกอายตนะ
โดยมีตัว "สัญญา" ผู้บันทึกความทรงจำ
เป็นเพื่อนร่วมงานผู้ทำการช่วยเหลือด้วย

3.เมื่อจิตเกิดการรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว
สภาวะธรรมที่เป็นธรรมดาของจิตหยาบนั้น
มันมักจะสั่นสะเทือนเป็นการ "รับเอา" เสมอ

การรับรู้แล้วมีการรับเอาเกิดขึ้นนี่แหละ
เป็นการปรุงแต่งของจิตเมื่อรับรู้สรรพสิ่งนั้น

ผลการปรุงแต่งของจิตก็คือ "ความรู้สึก"
ที่จิตมีต่อสรรพสิ่งนั้นในปัจจุบันขณะนั่นเอง
เช่น สวยไม่สวย ชอบไม่ชอบ ดีไม่ดี เป็นต้น
ซึ่งการที่จิตของท่านเกิดความรู้สึกขึ้นเช่นนี้
มันจะยังผลให้จิตสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ต่ำ
ที่เรียกกันว่า "จิตตก" หรือจิตเศร้าหมอง

ขั้นตอนนี้ ก็คือ
การเกิด "เวทนา" ของจิตโดยเฉพาะ

4.ทันทีที่จิตสั่นสะเทือนเป็น "เวทนา"
คือมีความรู้สึกเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตาม
จิตก็จะสั่นสะเทือนต่อเนื่องทันที
ด้วยการสร้าง "ความอยาก-ไม่อยาก" ขึ้นมา
ที่คนทั่วไปจัดว่าเป็น "ตัณหา" นั่นเอง

เหตุที่จิตของพวกท่าน
ต้องสร้างอาการอยากไม่อยากขึ้นมา
ในขั้นตอนนี้ก็เพื่อที่จะ
ทำให้สิ่งที่ตนเกิดความรู้สึกอยู่นั้น
เป็นรูปธรรมหรือมีอัตตาตัวตนขึ้นมา
จะได้ช่วยให้จิตเองสามารถยึดเกาะ
เหนี่ยวรั้งมันได้ง่ายๆนั่นแหละ

เมื่อจิตของท่าน
สั่นสะเทือนเป็นความอยากแล้ว
จิตก็จะก้าวไปสู่อีกขั้นตอนหนึ่งแบบต่อเนื่อง
โดยจิตนั้นจะไปสั่นสะเทือน
อยู่ในกลุ่มของ "ความโลภ"

เหตุที่เกิดความโลภ
ก็เพราะอยากได้ ใคร่มี
ถ้าไม่ได้ดั่งใจอยากก็จะนำไปสู่ "โทสะ"
ถ้าอยากได้มากๆก็จะกลายเป็นงมงาย
คือ เกิดการมี "โมหะ" ขึ้นมาได้

ขั้นตอนของการเกิดโทสะ โลภะ โมหะ
อันเป็นผลจากความอยากไม่อยากนี่แหละ
เป็นขั้นตอนของการเกิดอัตตาตัวตนขึ้นมา
ที่รวมเรียกว่า "สังขาร"

5.เมื่อจิตสั่นสะเทือนมาถึง
ขั้นตอนของขันธ์ 5 ที่เรียกว่า "สังขาร" แล้ว

ถ้าจิตสั่นสะเทือนเป็นโลภะ โทสะ โมหะ
กับอารมณ์หยาบๆรายวันทั้งปวง
มันก็จะยังผลให้กลไกที่ชื่อ
"คอร์พัสคอลโลซั่ม"
ซึ่งอยู่ใต้สมองสองซีกของท่าน
ผลิตสร้างพลังงานไฟฟ้าด้านลบออกมา

เพื่อนำส่งให้ต่อมพิทูอิทารี่
ทำการแปลงระบบเป็น
คลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านลบ
เพื่อนำส่งต่อไปยังสมองสองซีกส่วนหนึ่ง
และจิตหยาบจะเหวี่ยงมันออกมา
ภายนอกอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า "พลังจิต"

ขั้นตอนของขันธ์ 5 ในขั้นนี้ก็คือ
การเกิด "พลังงาน" ขึ้นมา
อันเป็นผลลัพธ์สุดท้าย
ในกระบวนการของขันธ์ 5 ของคนสองมิติแล้ว
ซึ่งพระศาสดาของพวกท่าน
เรียกพลังงานที่ถูกผลิตสร้างขึ้นนี้ว่า "วิญญาณ"
เพราะเป็นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ที่โลกต้องการจากพวกท่านโดยแท้จริง

ที่ไม่ทรงเรียกว่า "พลังงาน"
ก็เพราะทรงหมายให้ท่านทั้งหลาย
เข้าแทรกแซงกระบวนการนี้ให้สำเร็จให้ได้
เพื่อให้ท่านใช้จิตวิญญาณแก่นแท้
ทำหน้าที่ขับเคลื่อนกระบวนการของขันธ์ 5
แทนการทำหน้าที่ของจิตหยาบ
ที่เป็นระบบอัตโนมัติ
ตั้งแต่เป็นกุมารน้อยเสียให้จงได้

เนื่องจากพลังงานที่จิตหยาบผลิตสร้างนั้น
มันจะเป็นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็ก
ที่เป็นด้านลบมากกว่าด้านบวกซึ่งโลกไม่ต้องการ
เพราะช่วยค้ำจุนโลกไม่ได้
อีกทั้งยังให้พลังงานชีวิต
แก่เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์ของท่าน
ไม่เพียงพอต่อการมีชีวิตที่เป็นอมตะได้อีกด้วย

มนุษย์โลกเสรีจึงมีอายุขัยสั้นลงเรื่อยๆ
สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ
สภาวะจิตสำนึกก็ตกต่ำดำลงเรื่อยๆ
ทั้งๆที่สังขารร่างกายของทุกๆท่านนั้น
พระบิดามิได้ทรงกำหนดให้มันต้องมีอายุขัย
คือ ทุกคนต้องตายเลยสักคนเดียว!!!

มันเกิดอะไรขึ้นกับการเป็นมนุษย์
ของพวกท่านทั้งหลายกันแน่?

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
7-1-2016

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

ความจริงเรื่องขันธ์ 5






เราจะเผยความจริงเรื่องขันธ์ 5
เมื่อรู้แล้วก็จงปฏิบัติเสียให้ถูกต้อง
อย่าอวดอุตริหรืองมงายต่อไปอีกเลย
นัยความจริงมีว่าดั่งนี้
1.เพราะมนุษย์ถูกสร้างให้เป็น "คน 2 มิติ"
มนุษย์แต่ละคนจึงถูกกำหนดให้
มีปฏิบัติการของขันธ์ 5
อันประกอบด้วย
รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
2.ปฏิบัติการของขันธ์ 5
เป็นกระบวนการเชื่อมโยงกันระหว่าง 2 มิติ
คือ มิติแห่งกายสังขารด้านกายภาพ
ของเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
กับมิติแห่งแก่นแท้ด้านพลังงาน
ของดวงจิตธรรมญาณผู้มาเกิดเป็นมนุษย์
3.ผู้ซึ่งทำหน้าที่ปฏิบัติการของขันธ์ 5
ให้สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ก็คือ "จิตปัจจุบัน"
หรือ จิตหยาบ หรือ จิตคนนั่นเอง
4.หลักการปฏิบัติของคนแต่ละคนก็คือ
จะต้องใช้จิตหยาบของกายหยาบหรือกายสังขาร
สั่นสะเทือนเพื่อสร้างกระบวนการของขันธ์ 5
อันเปรียบได้ดั่งบันได 5 ขั้น
เพื่อเข้าถึงตัวตนแก่นแท้
คือจิตวิญญาณในมิติทางพลังงานของตนให้ได้
ปฏิบัติการนี้เรียกว่าการ "คน" หรือ "หมุน"
ถ้าใครคนใดหมุนหรือคนจนเป็นผลสำเร็จได้
คนผู้นั้นจักเป็น "มนุษย์" ที่สมบูรณ์
เพราะสร้างสมดุลระหว่างสองมิติในตนเอง
คือมิติทางกายภาพกับมิติทางพลังงาน
เป็นผลสำเร็จอย่างสิ้นเชิงได้
หากกล่าวแบบสังเขปก็คือ
จิตวิญญาณของท่านผู้มาเกิดเป็นมนุษย์
ได้มอบหน้าที่ให้จิตหยาบ
ทำหน้าที่ขับเคลื่อนกายหยาบที่เราเรียกว่า
เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์แทนตน
เพื่อสร้างสานสัมพันธ์กับตน
จนเป็นหนึ่งเดียวกันให้จงได้
ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน 2 มิติร่วมกัน
ด้วยกระบวนการของขันธ์ 5 นี่แหละนะ
5.การสั่นสะเทือนของจิตหยาบ
เพื่อสร้างกระบวนการของขันธ์ 5 นั้น
พระผู้สร้างทรงกำหนดให้มี 2 ขั้นตน
จึงเป็นหน้าที่อันสำคัญของทุกท่าน
ที่จะต้องรับผิดชอบมัน
ด้วยการปฏิบัติตาม 2 ขั้นตอนนี้ให้สำเร็จ
การปฏิบัติตามกระบวนการของขันธ์ 5
จึงถูกเรียกว่า "หมุน" หรือ "คน"
ผู้ที่หมุนหรือคนเป็นผลสำเร็จ
จึงจะถูกเรียกว่า "มนุษย์" ได้เต็มคำ
6.ขั้นตอนแรกของการ "คน"
ถูกกำหนดไว้ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ
โดยตั้งแต่แรกเกิดเป็นทารก
ท่านก็สามารถเข้าสู่ระบบนี้ได้แล้ว
ขั้นตอนที่สองจะเป็นระบบ "กดปุ่ม"
อันหมายถึงทุกคนจะต้องนำจิตวิญญาณ
เข้า "แทรกแซง" กระบวนการของขันธ์ 5
แทนจิตหยาบหรือจิตมนุษย์แต่เดิมให้จงได้
7.ใครไม่สำนึกรู้ในภารกิจสำคัญ
ในการสร้างกระบวนการของขันธ์ 5
คนผู้นั้นจะถูกเรียกว่า "คน" ไม่ได้
เพราะว่าวันๆหนึ่งไม่ทำหน้าที่ "คน" เลย
คนผู้นั้นจะถูกเรียกว่า "มนุษย์" ไม่ได้
ถ้าวันๆนึ่งยังไม่รู้ว่าต้อง "คน" อย่างไร
คนผู้นั้นจะถูกเรียกว่า "มนุษย์" ไม่ได้
ถ้าคนๆนั้นแม้จะรู้ว่าต้องคนแล้ว
แต่ยังคนไม่เป็นผลสำเร็จ
คนผู้นั้นจะทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณ
ตามพันธะสัญญา 6
ซึ่งเคยให้ไว้กับพระบิดาแห่งจิตวิญญาณไม่ได้
จึงพากันสอบตกทุกบททดสอบจิตสำนึก
พวกท่านจึงมิอาจผ่านบทเรียนโลกกันไปได้
เพราะมัววุ่นวายอยู่กับการมีสังสารวัฏ
จนมิอาจคืนกลับบ้านหรือหลุดพ้นออกไปได้
(โปรดย้อนกลับไปทบทวนพระโอวาท)
หมายเหตุ:
โปรดเฝ้าติดตามพระโอวาท
เกี่ยวกับเรื่องที่ทูลถามกันมา 3 ประเด็น
ในตอนต่อไป
1.ปฏิบัติการของขันธ์ 5 คืออย่างไร
ท่านจะรู้เรื่องขันธ์ 5 กันทำไม
2.ท่านมีหน้าที่จะต้องเข้าแทรกแซง
ในขั้นตอนที่ 2 กันอย่างไร
3.หลับหูหลับตานั่งคนเดียววันละไม่นาน
เพื่อหวังสร้างกระบวนการของขันธ์ 5
เหมาะสมกับบทบาทฆราวาสแค่ไหน
เราขอยืนยันว่าเป็นฆราวาสทุกเพศวัย
สามารถ "นิพพาน" หรือ หลุดพ้นในชาตินี้ได้
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบวช นักพรต
เพราะนิพพาน หมายถึง
"การกลับบ้าน" ของแก่นแท้
เราจึงกลับมาเพื่อนำพา
แก่นแท้ของพวกท่านกลับบ้าน
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
6-1-2016