วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ถ้าจิตตก จะปากเสีย ถ้าจิตเสีย จะปากพล่อย



เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
พระบิดาทรงกำหนดสร้าง "ปาก" ของท่านไว้
เพื่อภารกิจหลักอยู่ 2 สิ่ง คือ

1.การรับเอาสิ่งดีๆมีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย
2.การนำเอาสิ่งดีๆที่มีประโยชน์ออกมาจากข้างใน
เพื่อหยิบยื่นให้แก่ผู้อื่น

*เมื่อใดก็ตามที่ท่านจิตตก
หรือเกิดการสั่นสะเทือนด้านลบ
จากการสัมผัสรู้ดูเห็นบางสิ่ง เช่น สัตว์ทั้งหลาย
แล้วท่านกลับไปนึกถึงอาหาร
นี่จึงเป็นอาการของคน "จิตตก"

เมื่อนึกถึงอาหารในขั้นตอนที่จิตตกแล้ว
ปากของท่านก็จะเสียตามมาอีกด้วย
โดย "ปากเสีย" ในขั้นแรกนั้นมักจะเหมือนๆกัน
นั่นคือการกล่าวเพื่อเอาชีวิตของสัตว์นั้น
เช่น เมื่อท่านเห็นปูทะเลก้ามใหญ่
แล้วทำให้ท่านนึกถึงอาหารแบบปูอบวุ้นเส้น
นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งของอาการ "จิตตก" ล่ะนะ

พอนึกถึงปูอบวุ้นเส้น
ก็อยากรับประทานขึ้นมาทันที
ท่านจึงอ้าปากร้องสั่งเมนูปูอบวุ้นเส้น
การร้องสั่งอย่างนี้จึงเป็นกรณี "ปากเสีย" แล้วล่ะ

*ส่วนกรณีจิตเสียแล้วปากพล่อยนั้น
หมายถึง.....

1.จิตเสีย หมายถึง การมีนิสัยทางจิตที่ไม่ดี
เช่น มีอาการต่างๆดังต่อไปนี้

1.1 ขี้โมโห
1.2 ขี้อิจฉา
1.3 ขี้บ่น
1.4 ขี้งก
1.5 ขี้ระแวง
1.6 อื่นๆ

2.นิสัยทางจิตที่ไม่ดีในข้อ 1 นั้น
หากเกิดขึ้นกับใครแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น "ขี้ตัวไหน"
ล้วนจะนำไปสู่การปากพล่อยได้ทั้งนั้น

3.คำว่า "ปากพล่อย" หมายถึง
การพูดออกมาโดยขาดสติเพื่อการยั้งคิด
คงได้แต่นึกแล้วก็พูดออกไปทันที
ซึ่งมักสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและผู้อื่นอยู่เนืองๆ

ดังนั้น....
ไม่ว่าจะเป็นกรณีจิตตกเพราะถูกยั่วยุหรือยั่วเย้า
ให้เกิดการเสียสมดุลชั่วคราว
หรือว่าเป็นกรณีจิตเสียเพราะนิสัยทางจิตไม่ดี
ล้วนนำไปสู่การเป็น "คนปากเสีย ปากพล่อย"
จำพวกปากเป็นพิษได้เสมอ

เมื่อท่านย่างกรายไปทางไหน
จึงมักจะเพาะศัตรูเอาไว้ที่นั่นเสมอ
ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว
ท่านทั้งหลายจักต้องระวังปากเอาไว้ให้จงหนัก

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
5-07-2015

มรรควิถีจิตจักรวาล



*ถ้าไม่ใช่คนชั่ว จะกลัวนรกไปทำไม
ถ้าจะเป็นคนดี ไม่ต้องมีสวรรค์ก็ได้
ถ้าปรารถนาการหลุดพ้น
จงสนใจใฝ่ปฏิบัติธรรม
ด้วยการกระทำที่จิตสำนึกตนเอง
มรรควิถีจิตจักรวาล
เราสื่อสอนพวกท่านว่าดั่งนี้
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
5-07-2015

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ลืมตัว ลืมตน ลืมตื่น ลืมมิติแก่นแท้ มนุษย์จึงหลุดพ้นไม่ได้




* นักเรียนที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

1.หากท่านลืมหรือจดจำไม่ได้ว่า
ตัวตนแก่นแท้ของท่านเป็นใคร

ตัวตนแก่นแท้ของท่านมาจากไหน
ใครอนุญาตให้มา

ตัวตนแก่นแท้ของท่านมาเกิดเป็นมนุษย์ทำไม
มีหน้าที่จะต้องทำอะไรบ้าง

นี่ย่อมแสดงว่า...
ท่านน่ะ "ลืมตัวเอง" ไปแล้ว
หรือขาดสติทางวิญญาณไปแล้วนั่นเอง

2.หากท่าน"ลืมตน"
แสดงว่าท่านเป็นคนหลงตัวเอง

คนหลงตัวเองจนลืมตน
มักเกิดจาก.....

หลงในอำนาจ หลงในยศศักดิ์
หลงในทรัพย์สมบัติความร่ำรวยแห่งตน
หลงในรูปลักษณ์มายาแห่งตน
หลงในเกียรติชื่อเสียงแห่งตน
หลงในภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญาแห่งตน
หลงในคำสรรเสริญเยินยอจากคนรอบข้าง

คนที่หลงตัวเองจนลืมตนจึงมักมีมิจฉาทิฐิ
จนมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงเกิน
จึงเลือกเชื่อเลือกฟัง
แค่คนบางคนที่ตนชอบพอ
นอกนั้นแสร้งทำเป็นว่าฟัง
แสร้งทำเป็นขอคำปรึกษาหารือ
แต่สุดท้ายก็ไม่เชื่อใคร
นอกจากเชื่อแค่คนที่ตัวชอบเท่านั้น

3.หากท่าน "ลืมตื่น"
แสดงว่าท่าน...
ยังคงหลงไหลอยู่กับความงมงาย

แสดงว่าท่าน...
ยังคงหลับไหลอยู่กับความไม่รู้

แสดงว่าท่าน...
ยังคงลื่นไหลอยู่กับโลกียะ

นักเรียนที่รักทั้งหลาย
การลืมตัว ลืมตน และลืมตื่น
ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของความหลง
ในอัตตาแห่งตนทั้งสิ้น

พอขาดสติแล้วไปหลงมันเข้า
การยึดติดมันจึงเกิดขึ้น
เมื่อจิตยึดติด
อัตตาของสิ่งนั้นมันก็เลยเกิดมีขึ้นมาด้วย

ดังนั้น...
การยึดติดในอัตตาของมนุษย์แต่ละคน
จึงมักมีที่มาเป็นแบบนี้นี่เอง

เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
23-06-2015