วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

"เมืองสวรรค์มายา"
































ลัทธิเร่ขายบุญนั้นมักจะนำสวรรค์มายา
มาเป็นเครื่องจูงใจสาวก

โดยจะหลอกลวงให้เชื่อว่า
เงินตราสามารถซื้อบุญตุนสวรรค์ได้
ทำยังกับว่าบุญกับสวรรค์นั้นเป็น "วัตถุ" ชนิดหนึ่ง
จึงเที่ยวเร่ขายบุญตุนสวรรค์กันยกใหญ่

ทั้งยังลวงหลอกให้เชื่ออีกด้วยว่า
ภพภูมิสวรรค์มายาน่ะเหนือกว่าภพภูมิมนุษย์โลก

เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
แรกเริ่มเดิมมา "เมืองสวรรค์มายา" นั้นไม่เคยมีหรอก
เพราะองค์จิตจักรวาลมิได้ทรงกำหนดสร้างไว้เลย
มีเพียงมนุษย์อุตริในยุคโบราณเท่านั้น
เป็นผู้กำหนดสร้างรูปบูชาสมมติเทพขึ้นมา
พร้อมปรุงแต่งเรื่องเล่าแนวพิสดารอภินิหาร
เพื่อสร้างสรรค์ศรัทธาในหมู่ชนประกอบด้วย

ท่านทั้งหลายจะต้องรู้ด้วยว่า
พลังจิตของมนุษย์อย่างพวกท่านนั้น
มันสามารถสร้างมายาขึ้นมาได้
แค่เพียงอาศัยความเชื่อความศรัทธา
อย่างแรงกล้าเท่านั้น

ดังนั้น....
เรื่องแต่งเรื่องเล่าของภพภูมิสวรรค์
พร้อมตำนานแห่งเทพสมมติอันพิสดารพันลึก
จึงถูกความเชื่อจากพลังจิตของผองชนยุคนั้น
ปรุงแต่งจินตนาการขึ้นมาเป็นสวรรค์มายาทันที

ไม่ต่างจากคนที่ตายแล้ว
จิตวิญญาณที่ออกจากร่างมนุษย์นั้น
แท้จริงเป็นแค่เพียงกล่องพลังงานเท่านั้น
แต่เพราะเชื่อว่าตนมีรูปลักษณ์และมีอาภรณ์
ในแบบที่ตนคุ้นเคย
จิตวิญญาณนั้นจึงปรุงแต่งมายาแห่งตนขึ้นมา
เป็นรูปลักษณ์และอาภรณ์ในแบบนั้นทันที

ก่อนตายจำได้ว่าตนเป็นคนแก่
ก่อนตายจำได้ว่าตนสวมชุดคนไข้ในโรงพยาบาล
ก่อนตายจำได้ว่านอนป่วยที่โรงพยาบาล

เมื่อตายแล้วจึงสำแดงตนเป็นคนแก่

เมื่อตายแล้วจึงกำหนดมายาให้ตน
เป็นคนแก่ที่สวมชุดคนไข้นั้น

เมื่อตายแล้วจึงเป็นคนแก่ที่สวมชุดคนไข้
และวนเวียนอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น
ไม่ไปไหน....เพราะจำได้แค่นั้น

ภาพภพภูมิสวรรค์มายาในชั้นต่างๆก็เช่นกัน
แรกเริ่มนั้นมันเกิดจากความเชื่อที่ถูกชักจูงว่า
พระพรหม คือ พระผู้สร้าง
สวรรค์ชั้นพรหมเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด
ที่มนุษย์เหล่านั้นปรารถนาจะไปเมื่อตายแล้ว

แต่เนื่องจากบุญทำกรรมแต่งในแต่ละคนไม่เท่ากัน
การสร้างกุศลกรรมทำความดีงามไม่เท่ากัน
จิตวิญญาณแต่ละคนที่เชื่อเรื่องสวรรค์มายา
จึงสามารถ "หลุดลอย" ขึ้นไปหาเป้าหมาย
อันเป็นมายาที่เกิดจากความเชื่อของตน
ได้สูงไกลไม่เท่ากัน

นี่จึงเป็นที่มาของสวรรค์มายาซึ่งมีหลายชั้น
ตราบกระทั่งปัจจุบันหลายท่านก็ยังเชื่อกันอยู่
ดังภาพสไลด์ที่เรานำมาแสดงไว้ในที่นี้นี่แหละ

ถ้าท่านทั้งหลายเข้าใจความจริงและเชื่อที่เรากล่าว
โดยเชื่อให้ได้ว่าสวรรค์มายาที่ว่านี้
มันเป็นแค่สิ่งสมมติ มันมิใช่ภพภูมิที่แท้จริง
เพราะมิใช่หนึ่งในสิ่งที่พระผู้สร้าง
ทรงกำหนดสร้างขึ้นไว้
ในจักรวาลของพระองค์แต่อย่างใด

ภพภูมินรกต่างหากคือดินแดนที่มีอยู่จริง
เพราะพระองค์ทรงกำหนดสร้างขึ้นไว้นั่นเอง

เมื่อท่านเลิกเชื่อเลิกงมงายได้แน่แล้ว
ท่านจงใส่รหัสที่ในจิตของท่านเสียใหม่
โดยจงบอกกับตนเองว่า

แก่นแท้ของท่านมาจากพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
บ้านเกิดของแก่นแท้ท่านที่อยู่นอกระบบเอกภพ
เราสมมติเรียกว่า "แดนสุญญตา"

ท่านเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อทำหน้าที่ค้ำจุนโลก
ด้วยพลังความรักจากจิตสำนึกด้านบวก

เมื่อทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณสำเร็จเสร็จแล้ว
ท่านมีหน้าที่จะต้องนำพาแก่นแท้ของท่านกลับบ้าน
บ้านที่แก่นแท้ของท่านจากมาแสนนานนั่นไง
มิใช่แดนสรวงแดนสวรรค์มายานั้นแต่อย่างใด

จงใช้ปัญญาของท่านไตร่ตรอง
เรามาตามพวกท่านกลับบ้าน
ด้วยการช่วยสร้างสำนึกทางวิญญาณ
ให้พวกท่านได้ข้ามผ่านความงมงายนับพันปี
เพื่อการหลุดพ้นได้จริงในภพชาติเดียว
โดยมิพักต้องหลุดลอย
แล้วค่อยๆยกระดับสู่การหลุดพ้น
โดยต้องใช้เวลาโลกกันอีกยาวนานเท่าใดก็ไม่รู้

กลับไปกราบพระบาทองค์จิตจักรวาลกัน
ไม่ต้องเดินทางผ่านสวรรค์มายาก็ได้
ตายแล้ว "หลุดพ้น" น่าสนกว่า "หลุดลอย" มั้ย?

นี่เรากล่าวให้พวกท่านคิดตามนะ
มิได้สอนให้ใครเชื่อหรือปฏิเสธโดยมิใช้ปัญญา
เพราะเรา คือ ครู และที่นี่เป็นห้องเรียนของเรา
เรากล่าวตามพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ
เรากล่าวต่อท่านทั้งหลายในพระนามแห่งพระองค์

เอเมน...สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
3-03-2015

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

"ปลากับ 56 วัน 8 ราตรี"

เราจะกล่าวความจริง
ต่อฝูงปลาทั้งหลาย ที่จะ "ถูกคัดไว้"
ในนิทานเรื่อง "ปลากับ 56 วัน 8 ราตรี" ว่า

แม้ท่านจะเป็นปลาตัวที่อยู่ในข่ายที่จะถูกคัดไว้ก็ตาม
แต่ท่านก็อาจมีชีวิตรอดอย่างบอบช้ำได้
ถ้าหากท่านเป็นปลาที่ยังไร้ "กฤติสติ"
และเป็นปลาที่ไม่อยู่ใน "ธรรมชาติสมาธิ"
ตามวิถีแห่งจิตจักรวาล

การมีชีวิตรอดอย่างบอบช้ำดังว่านี้
มันจะเกิดได้เผชิญได้หลายรูปแบบด้วยกัน
เป็นต้นว่า.....

1.ปลาบางตัวที่จะถูกคัดไว้
อาจต้องถูกกลบฝังอยู่
ภายใต้ทรากปรักหักพังนานหลายวัน

2.ปลาบางตัวที่จะถูกคัดไว้
อาจต้องลอยคอท่ามกลางคลื่นลม
อย่างเดียวดายอยู่หลายวัน

3.ปลาบางตัวที่จะถูกคัดไว้
อาจตื่นตกใจกลัวสุดขีดหรือช็อคจนสติแตก...ไม่รู้สติ
ยาวนานร่วม 6 ปี กว่าสติดีจะกลับคืนมา

4.ปลาบางตัวที่จะถูกคัดไว้
อาจได้รับอันตรายจากสายฟ้าฟาด
อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติภัยร้ายๆ
เพราะไปอยู่ผิดที่ ผิดทาง ผิดเวลา
เนื่องจากสัญชาตญาณใช้การไม่ได้

ตัวอย่างของปลาทั้ง 4 ประเภทนี้
มันจะเกิดขึ้นกับปลาดีๆที่จะถูกคัดไว้
ด้วยสองสาเหตุดังต่อไปนี้

1.ไม่มีกฤติสติ....
คือ ไม่เรียนรู้และไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสาร
ที่เกี่ยวกับปฏิบัติการชำระโลก
เพื่อเตรียมตนเองและจิตวิญญาณ
สำหรับการผจญภัยเอาไว้ล่วงหน้าแต่เนิ่นๆว่า

มันจะเกิดพิบัติภัยอะไรขึ้นบ้าง
มันจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ทำไมมันจึงต้องเกิด
ห้ามมันไม่ให้เกิดจะได้ไหม

เมื่อถึงคราวเผชิญหน้ามหาวิกฤติแล้ว
ปลาอย่างท่านจักต้องทำตนอย่างไรจึงจะรอด

ถ้าปลาไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่า
ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไร
เช่น ไม่รู้ว่าโลกจะมืดนาน 8 ราตรีของฟ้า
หรือว่า 56 วันของโลกมนุษย์
เมื่อต้องเผชิญกับความมืดมิดแค่ข้ามวันผ่านคืน
ปลาทั้งหลายก็ควรเตรียมตัวสติแตก
เพราะความไม่รู้กันได้แล้ว

แต่คงจะมีเพียงปลาที่มีกฤติสติเท่านั้น
ที่จะสามารถเผชิญสถานการณ์เลวร้ายนั้น
ด้วยการข้ามผ่านฟันฝ่ามันไปอย่างสงบใจได้

เพราะรู้ล่วงหน้ามาแล้วว่ามันมืดมิดเพราะอะไร
และรู้ก่อนแล้วว่ามันจะมืดนานเท่าใด

เมื่อปลาเหล่านี้ขาดกฤติสติ
โอกาสที่ปลาเหล่านี้จะขาดสติจึงมีสูงยิ่ง

เพราะเสียงลมซึ่งหวีดหวิวจนแสบแก้วหู
โดยมิอาจรู้ทิศทางที่มาแต่ไกลๆ
เพราะเสียงคลื่นเททะเลคลั่งซึ่งดังสะท้าน
เพราะแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นของพสุธา
เพราะเสียงฟ้าระเบิดลั่นนานเป็นนาที

สถานการณ์เยี่ยงนี้
ปลาที่ไม่มีกฤติสติเป็นเกราะป้อง
ล้วนจักต้องสติแตกเป็นแม่นมั่น
แม้ว่าปลาตัวนั้นอยู่ในข่ายถูกคัดไว้แล้วก็ตาม

2.ไม่มีธรรมชาติสมาธิ...
คือ เป็นจำพวกปลาที่ดีแต่ไม่มีธรรมวิถีจิตจักรวาล

เพราะวันๆเอาแต่นั่งหลับตาอยู่ในวิเวก
คงได้แต่เสกจิตให้สงบ
ท่ามกลางความเงียบอยู่คนเดียว

เพราะตราบอดีตจนปัจจุบัน
ปลาพวกนี้หมั่นเดินถ่างขากันมาโดยตลอด
ด้วยการหยิบวิธีนักบวชมาใช้ปฏิบัติ
ทั้งๆที่ตนเองเป็นปลาแบบฆราวาส

เมื่อถึงคราต้องผจญภัย
ก็จะได้รู้ว่าการนั่งหลับตาฝ่าวิกฤติร้ายๆในข้อ 1
ตามวิธีที่ตนฝึกฝนกันมานานจนเชี่ยวชาญแล้วนั้น
มันไม่สามารถที่จะช่วยหยุดอาการสติแตก
เพราะความตื่นตกใจกลัวภัยร้าย
ที่ตนไม่เคยเจอมาก่อนนั้น...ได้เลย

แต่ปลาตัวที่ฝึก "มหาสติ"
อันเป็นธรรมชาติสมาธิในชีวิตประจำวัน
ตามวิถีแห่งจิตจักรวาลกันล่วงหน้ามานานปี
จะเป็นปลาจำพวกที่ไม่หวั่นไหว
ไปกับภัยร้ายเหล่านี้เลย....

นิทานของเราและคำกล่าวเรื่องปลาทั้งหมดนี้
มิได้ต้องการจูงใจให้ปลาตัวไหนเชื่อ
มิได้ต้องการสร้างเงื่อนไขให้ปลาตัวไหนไม่เชื่อ

เพราะบัดนี้...
พระบิดาได้ทรงพิพากษา
ด้วยการให้ชาวประมงลงมือ "คัดปลา" กันอย่างเข้มแข็งแล้ว
ปลาตัวไหนจะเชื่อไม่เชื่อนิทานของเราที่เล่ามา
ปลาตัวนั้นก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลง
สาระสำคัญใดในนิทานของเราได้หรอก

เอเมน...สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา
19-02-2015




นิทานเรื่องปลา กับ 56 วัน 8 ราตรี







นิทานเรื่องปลา กับ 56 วัน 8 ราตรี
................................................

1.จำนวน 56 วัน 8 ราตรี หมายถึง
วันเวลาที่ดาวเคราะห์โลก
จะตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
เพราะดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
และดวงดาวทั้งหลายบนฟากฟ้า
พากันมืดดับพร้อมๆกันนาน
56 วัน หรือ เท่ากับ 8 ราตรีของจักรวาล

โดย 1 ราตรีของจักรวาลสากล
จะนานเท่ากับ 7 วัน 7 คืน
บนดาวเคราะห์โลกเสรีนี้

2.ตลอดช่วงวันเวลาอันมืดมิดที่ยาวนานนั้น
มันจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
โดยไม่มีผู้ใดสามารถที่จะ
หยั่งรู้ล่วงหน้าได้ว่าเมื่อใดแน่
เพราะมันเป็นความลับของฟ้าที่ฝูงปลามิอาจรู้

3.ตลอดคาบเวลาแห่งความมืดมิดทั้ง 8 ราตรีนั้น
ดาวเคราะห์โลกทั้งระบบ
จะเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นับตั้งแต่มีฝูงปลาเข้ามาดำรงอยู่บนดาวดวงนี้

แกนหมุนของโลกจะแกว่ง
แรงเหวี่ยงหมุนของโลกจะอ่อนล้า
เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญจากฟากฟ้า
หลุดลอดเข้ามาในระบบได้
ครานั้น....โลกถึงกับต้องกลับขั้ว
นานสามสิบวันกว่าจะปรับตัวคืนสู่พิกัดเดิม

4.ท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยลูกไฟและสายฟ้า
พสุธาจะปริแยกแตกยุบเพราะแผ่นดินไหว
และภูเขาไฟจะระเบิดพร้อมกันทั่วหล้า
ภูเขามากมายจะพังถล่มทลายลงมา

5.ทะเลนอกทะเลในจะคลุ้มคลั่ง
แม่น้ำสายใหม่จะบังเกิด
แผ่นดินบางทวีปจะกลายเป็นหมู่เกาะ
พายุใหญ่จะพัดโหมโถมกระหน่ำ
จนแผ่นดินโลกส่วนใหญ่
และเกาะแก่งทั้งหลายจักจมหายอยู่ใต้น้ำ

6.วัตถุเท็คโนโลยีขยะจะจมอยู่ในทะเลเพลิง
ป่าคอนกรีตของเมืองใหญ่ๆจะถูกหักโค่นทำลาย
ให้หล่นลงมาทาบทับกับปฐพี

7.อากาศออกซิเจนที่ปลาเคยใช้หายใจ
มันจะเกิดภาวะขาดแคลนกระทันหัน
ปลาตัวใดที่ตื่นตกใจเพราะไร้มหาสติ
ก็จะใช้ออกซิเจนเปลืองกว่าปลาตัวอื่นๆ

8.ปริมาณออกซิเจนทั้งโลก
จะมีไม่มากพอแม้แต่เพียงแค่ใช้จุดเทียนก็จุดไม่ติด
เพราะเหตุที่ปลารักกันไม่ได้ รักกันไม่เป็น
ได้แต่จับอาวุธเข่นฆ่ากันด้วยใจทมิฬ
เป็นปลาที่เห็นแก่ตัวและพวกตัว
เป็นปลาที่ไม่รักน้ำ
เป็นปลาที่งมงาย
ปลาเหล่านี้จะถูก "คัดทิ้ง"

9.หมู่ปลามากมายจะสำลักน้ำ
หมู่ปลาบางเหล่าก็จะถูกนำขึ้นปิ้งย่างบนกองเพลิง
ขณะที่หมู่ปลาอีกมากมายจะถูกฝังอยู่ใต้กองขยะ
ปลาบางตัวที่แม้จะแคล้วคลาดไปได้
ก็จะตื่นตกใจจนเสียสติ

10..ทุกสิ่งอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมันก็จะเกิด
ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็จะเกิดซ้ำอีก
ไม่มีสถานที่ใดบนโลกใบนี้ที่จะไม่รับรู้แรงสั่นสะเทือน

แผ่นดินเก่ามากมายจะหายไป
แผ่นดินใหม่จะปรากฏขึ้นมาแทน
แผ่นน้ำจะเพิ่มมากขึ้น

11.ฝูงปลาจำนวนมากมายจักสูญหายตายเป็นแพ
เฉพาะปลาผู้ฝักใฝ่การหลุดพ้น
มุ่งบำเพ็ญตนอยู่ในกฎสากลจักรวาลเท่านั้น
ที่จะเป็นฝูงปลาซึ่งถูก "คัดไว้" ให้อยู่รอดปลอดภัย
ไม่ว่าจะไปติดเกาะแก่งอยู่แห่งใดก็ตาม

หมายเหตุ:

นิทานเรื่องนี้
เอาไว้ให้นักเรียนเล่าให้ลูกหลานฟัง

ป.วิสุทธิปัญญา
19-02-2015