วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557



นักเรียนห้องเรียน ป.วิสุทธิปัญญา ทั้งหลาย

ในชีวิตประจำวันของท่านนั้น
มีคำสำคัญอยู่สองคำที่ท่านควรรู้
อันควรค่าแก่การให้ความสำคัญเพื่อทำความเข้าใจ
เมื่อเข้าใจแล้วจะได้เลือกรับไปปฏิบัติ
ให้เป็นรูปธรรมในชีวิตประจำวันกันต่อไป

คำแรก คือ คำว่า "เห็นแก่ได้"
หมายถึง......

1.การแสวงหาประโยชน์สุขใดๆในชีวิตประจำวัน
2.เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองและพวกตัว
3.ตามสิทธิประโยชน์แห่งตนอันพึงต้องได้
เป็นสำคัญ
4.โดยไม่คิดที่จะเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย

คำที่สอง คือ คำว่า "เห็นแก่ตัว"
หมายถึง......

1.การแสวงหาประโยชน์สุขใดๆในชีวิตประจำวัน
2.เพื่อตอบสนองความต้องการตนเองและพวกตัว
3.โดยมิได้ใส่ใจว่าประโยชน์สุขที่ตนต้องการนั้น
เป็นสิทธิอันพึงต้องได้ของตนหรือไม่
4.และมิได้ใส่ใจว่าประโยชน์สุขที่ตนต้องการนั้น
จะได้มาด้วยวิธีการล่วงละเมิดประโยชน์สุข
ของใครคนอื่นๆบ้างหรือเปล่า

แต่อย่างไรก็ตาม
เราก็ขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ทั้งพฤติกรรมการเห็นแก่ได้และการเห็นแก่ตัวนี้
ยังเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ทั้งคู่

เพราะเหตุว่า....

การเห็นแก่ตัว
เป็นการใช้ชีวิตอยู่ในโลกส่วนตัวที่ออกจะคับแคบมาก
เนื่องจากคนเห็นแก่ตัวจะมีเพื่อนน้อย
ไม่มีผู้ใดอยากคบหาสมาคมด้วย

เพราะใจแคบ ไม่น่ารัก
คนพวกนี้จึงล้มเหลวต่อการสร้างสังคม
อันอุดมสันติสุขร่วมกันกับคนหมู่มาก
เพราะคนหมู่มากมักจะถูกเอารัดเอาเปรียบ
คนหมู่มากมักจะถูกเบียดเบียนอยู่เนืองๆ

เพราะเหตุว่า....

การเห็นแก่ได้
เป็นการใช้ชีวิตอยู่ในโลกส่วนตัวเช่นเดียวกัน
แม้ว่าจะไม่ต้องการเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น
หรือไม่ต้องการทำให้ใครอื่นเดือดร้อนก็ตาม

แต่คนเห็นแก่ได้ก็ยังไม่น่ารักเท่าที่ควร
เพราะคนพวกนี้มักจะมัวแต่ใส่ใจ
ในสิทธิประโยชน์ของตัวเองมากกว่าอย่างอื่น
พวกเขาเหล่านี้จึงยังไม่มีเวลาว่างให้กับการเรียนรู้
ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้อื่นเลย
การรักได้ ให้เป็น ก็ยังยากอยู่สำหรับคนพวกนี้

เอเมน....สาธุ......

พระองค์ผู้ทรงใช้เรามา



เราเป็นพระบุตรของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา
กล่าวพระโอวาทต่อท่านทั้งหลาย
ในพระนามแห่งพระองค์
เพื่อการเปลี่ยนโลกสู่ยุคพลังงานใหม่
เพื่อนำทางท่านทั้งหลายสู่การหลุดพ้น
บนเส้นทางนักสู้เพื่อการรู้แจ้ง
เรากลับมาตามสัญญาที่ว่า
เมื่อใดที่พระบิดาทรงพิพากษาโลก
เราก็จะย้อนกลับมา
เพื่อช่วยพระองค์คัดปลาออกจากน้ำ
เพื่อทำหน้าที่ในพระนาม
"จิตจักรวาลเขียนแผ่นดิน"
เพื่อแจ้งข่าวสารการชำระโลก
ในวโรกาสวันคริสต์มาสอันสำคัญนี้
เราจึงขอมอบการ์ดคริสต์มาสชิ้นนี้
ซึ่งประจุไว้ด้วยพลังความรักอันศักดิ์สิทธิ์
ที่พระบิดาได้ทรงประทานเอาไว้จนล้นเปี่ยม
ให้แก่พี่ๆน้องๆแห่งเราทั้งหลาย
ผู้ที่ยังจดจำพระบิดาได้
ผู้ที่ไว้วางใจในทุกคำกล่าวของเรา
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนตลอดไป
เอเมน....สาธุ......
ป.วิสุทธิปัญญา
25-12-2014

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557




เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
พวกท่านแต่ละคนที่อยู่ในสังคมเดียวกันนั้น
สามารถทำตนเป็นเงื่อนไขของกันและกันได้เสมอ
ทั้งโดยตั้งใจและมิได้ตั้งใจ

ถ้าท่านแสดงออกหรือกระทำใดๆต่อผู้อื่นแล้ว
มีผลต่อการสั่นสะเทือนทางอารมณ์รู้สึกนึกคิด
ของผู้ที่ท่านกระทำต่อเขานั้น
ให้มันต้องเปลี่ยนแปรผันไป
จากที่เขาเป็นอยู่มีอยู่ในขณะนั้น
ไม่ว่าจะด้วยเจตนาจงใจหรือไม่ก็ตาม

นั่นเท่ากับว่าท่านได้เป็นผู้สร้างเงื่อนไข
แล้วหยิบยื่นเงื่อนไขที่ท่านสร้างขึ้นมา
มอบให้แก่เขาคนนั้นไปเรียบร้อยแล้ว

ท่านจึงเป็น "ผู้ก่อกรรม"
เขาคนนั้นที่เสียสมดุลไปก็จะเป็น "ผู้รับกรรม"

โดยที่ท่านผู้ก่อกรรมเองนั่นแหละ
จักต้องเป็น "ผู้รับผลกรรม" ในมิติแห่งจิตวิญญาณ
อันเกิดจากการก่อกรรมนั้นๆของตนเอง

ส่วน "ผู้รับกรรม" หรือผู้ที่ถูกท่านกระทำ
หากเขารักท่านได้ให้อภัยท่านเป็น
เขาก็จะสอบผ่านบททดสอบจิตสำนึกนั้น
รางวัลที่เขาจะได้รับก็คือ
เขาจะมีบารมีทางจิตวิญญาณที่สูงขึ้น
จิตสำนึกด้านบวกก็จะถูกยกระดับให้สูงขึ้นด้วย

แต่ถ้าเขาสอบตกในบททดสอบจิตสำนึก
ที่ท่านเป็นผู้หยิบยื่นให้เขาไป
ด้วยการที่เขามีสภาวะจิตตกต่ำเมื่อถูกยั่วยุ
มันจะยังผลให้เขาเกิดความโกรธเกลียดเคียดแค้น
หรือว่าอาฆาตขุ่นเคืองใจอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
เขาคนนั้นก็จะกลายเป็น "ผู้เกี่ยวกรรม" กับท่านไปทันที

พฤติกรรมการดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคมพวกท่าน
มันมีสถานการณ์เช่นว่านี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
โดยมันมีโอกาสที่ท่านทั้งหลาย
จะเป็นทั้งเงื่อนไขด้านบวกด้านลบต่อกันอยู่เสมอ

การก่อกรรมให้เกิดผลกรรมด้านบวก
จึงเป็นการสร้างเงื่อนไขด้านบวกให้แก่ผู้อื่น
การก่อกรรมให้เกิดผลกรรมด้านลบ
จึงย่อมเป็นการสร้างเงื่อนไขด้านลบให้แก่ผู้อื่นเช่นกัน

มันต่างกันอยู่ตรงที่ว่า....
ถ้าท่านสร้างเงื่อนไขด้านบวกต่อผู้อื่น
ผลกรรมด้านบวกก็จะเกิดขึ้นในสองมิติ
การเกี่ยวกรรมกันด้านบวกก็จะเกิดขึ้นตามมา
หรืออาจจะไม่เกิดการเกี่ยวกรรมใดๆต่อกันเลยก็ได้

แต่ถ้าท่านสร้างเงื่อนไขด้านลบต่อผู้อื่น
ผลกรรมด้านลบก็จะเกิดขึ้นในสองมิติเช่นกัน
การเกี่ยวกรรมด้านลบต่อกันก็จะมีโอกาสสูงลิ่ว
เพราะมีน้อยรายนักที่จะอดทน อดกลั้น ให้อภัย
ด้วยจิตใจที่สูงส่งได้เมื่อท่านหยิบยื่นเงื่อนไขลบให้เขาไป
โดยที่เขาจะไม่คิดตอบโต้ ต่อสู้ หรือต่อต้าน

ดังนั้น......
เราจึงกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าไม่สามารถเป็นเงื่อนไขด้านบวก
ด้วยการนึกดี คิดดี พูดดี ทำดี ต่อตัวเขาได้
ท่านก็ไม่ควรที่จะเป็นเงื่อนไขใดๆของเขาเลย
จะดีเสียกว่า จะเหมาะสมกว่า.....
ถ้าท่านยังปรารถนาการหลุดพ้นในภพชาตินี้!!!

เอเมน....สาธุ.....